จากเกม สู่หนัง กับการตลาดเหตุผลทางธุรกิจ

"รายได้เปิดตัวถล่ม Box Office ก็เป็นเพียงแค่คำโฆษณา(แต่จริง) ที่ใช้โปรโมตให้กับคนที่ไม่เคยรู้จักหนังที่มาจากเกมเรื่องนี้เท่านั้น"

ก่อนที่เขียนบทความนี้ เป็นหัวข้อที่ผมนึกขึ้นมาได้ หลังจากได้ชมภาพยนตร์กับหนัง แอดชั่น ไซไฟ สุดมันส์อย่าง Resident Evil 3:Extinction ภาคต่อสุดฮิต ที่ใช้ทุนสร้างมโหฬารที่สุดในหนังไตรภาค อะไรคือเหตุผลที่แท้จริง กับคำกล่าวที่ว่า "เกมที่มาจากหนัง ห่วยอยู่แล้ว แต่หนังที่มาจากเกม ยิ่งห่วยใหญ่" มีมากมายหลายเหตุผล และหลังจากที่ผมได้ลองพูดคุยกับเพื่อนผม ทำให้ได้แง่คิดหลายแง่ทีดียว

พวกเราชาวเกมเมอร์ส่วนใหญ่ ต่างเห็นพ้องกันว่า ภาพยนตร์เรื่อง Resident Evil ภาคล่าสุดนี้ หรือตั้งแต่ภาค 2 แล้ว มันหนีไม่พ้นคำว่า "ห่วย" อะไรที่ทำให้คำพูดนี้ออกมาจากปากเกมเมอร์ ทั้งๆที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ ต่างทำสถิติถล่ม Box Office อเมริกา แต่ขอโทษ นั่นไม่ใช่สิ่งที่เกมเมอร์ต้องการหรือจะใส่ใจ เกมเมอร์ทุกคนต่างหวังที่จะเห็นหนังที่มาจากเกม สามารถถ่ายทอดอารมณ์จากเกมที่พวกเขาเคยสัมผัสมาแล้วในการเล่นเกม ให้เห็นภาพออกมาชัดเจน ในรูปแบบ ฉบับภาพยนตร์ และนั่นเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะต้องยังคงไว้ เพราะถ้าหากไม่มีสิ่งนี้ หนังเรื่องนั้นก็ควรจะเปลี่ยนชื่อเรื่องไปเลยจะดีกว่า

ผมได้ยินคำบ่นมามาก เกี่ยวกับหนังภาค 2 พอสรุปได้ดังนี้
-เราพอใจกับดีไซน์ตัว Nemesis ที่อิงมากจากเกมได้ดี แต่เราไม่พอใจกับบทตัวละครที่ได้รับของมัน กับจิตใต้สำนึก เนเมซิสในเกมที่ทุกคนหลงไหล คลั่งไคล้ วิ่งไล่ล่าให้เราสั่นผวา อยู่ตลอด มันไม่ใช่แบบนี้ แถมตายง่ายอีกตะหาก
-ว่ากันว่า การทื่มีตัวตลกอยู่ในเรื่องนี้ ทำให้หนังมันดูแล้วไม่รู้สึกเครียด เราเห็นว่ามันเป็นข้อดี แต่นักเกมเมอร์ฮาร์ดคอร์และนักอนุรักษ์นิยมต่างก็ไม่ชอบ
-หนังเปลี่ยนแนวจากภาคแรก เป็น แอคชั่น ไซไฟ เต็มตัว Resident Evil ที่เรารู้จักมา คือการ ดิ้นรน วิ่งหนี เอาชีวิตรอด กระสุน อาวุธ ที่มีจำกัด เราจะเห็นได้ชัดจากเกมภาคแรก(ไม่นับภาค 4 ที่เปลี่ยนแนวเกมไปแล้ว)

เราต่างตั้งคำถามในใจ และอยากได้รับคำตอบว่า "ทำไม ถึงสร้างมันมาให้เหมือนกับในเกมไม่ได้" ถามคำถามนี้ คำตอบสุดฮิตถ้าไปถามคนอื่นเขาก็จะบอกว่า "เอามาจากในเกมเลย มันก็ไม่สนุกน่ะสิ เพราะรู้เนื้อเรื่องหมดแล้ว"แต่ขอโทษ เนื้อเรื่องในหนังเนี้ย มันดีกว่าในเกมตรงไหนครับ และแน่นอนผมเชื่อว่า คนส่วนใหญ่ที่เล่นเกมนี้ ก็สักแต่เล่นให้จบๆ และไม่ได้เข้าใจถึงเนื้อเรื่องความเป็นมา เบื้องหน้าและเบื้องหลังอย่างถ่องแท้เลยสักนิด ถ้าใครศึกษาเนื้อเรื่องใน Resident Evil มาอย่างถ่องแท้ก็น่าทราบ เพื่อนผมเคยบอกว่า "มันไม่มีอะไรที่เหมือนในเกมเลย นอกจากไวรัส กับชื่อตัวละคร" และมันก็จริงส่วนหนึ่งครับ เราค่อนข้างประทับใจกับหนังภาคแรกเพราะมันอิงกะในเกมมากที่สุดในบรรดา 3 ภาค แต่ถ้าไปถามคนข้างนอกที่ไม่เคยรู้จักหรือแม้แต่เล่นเกมนี้ คงจะชอบภาค 2 กับ 3 มากกว่า เหตุผลเพราะอะไร เพราะ มัน สนุกและมันส์ มีฉากพะบู๊ น่ะสิครับ ต่างกับภาคแรกที่เนื้อเรื่องค่อนข้างเครียด แต่นั่นมันก็มาจากเกมจริงๆ และเรายังตกใจกับฉากจบของภาค 3 ที่ทิ้งไว้ให้เราขำและด่าเล่น โคลน อลิส ที่ทำให้คิดว่า อลิซ คงจะสร้างพวกพ้องไว้เพื่อแก้แค้นอัมเบลล่าโดยเฉพาะ จะบ้าเรอะ นี่ไม่ใช่ The Matrix นะ(พูดถึงฉากจบ เราประทับใจฉากจบภาคแรกมากที่สุดอยู่ดี)

ฮอลลีวู้ด อาจมองเห็นจากจุดนี้ เพราะยังไงซะ เกมเมอร์ก็ไม่ใช่คนส่วนใหญ่ของโลก การที่จะทำหนังอิงมาจากเกมโดยตรง มันเป็นการเสี่ยง และมันอาจจะดีกว่า ถ้าเขาสร้างหนังตามความต้องการของตลาดและคนส่วนใหญ่ชอบดูกัน ย่อมได้ผลตอบรับที่แน่นอนกว่า

"การทำหนังที่มาจากเกม ก็เพื่อตอบแทนเหล่านักเกมเมอร์ที่สนับสนุนเกมนั้นจนประสบความสำเร็จ"

ผมค่อนข้างประทับใจกับภาพยนตร์หนังที่มาจากเกมเรื่องหนึ่ง คือ SILENT HILL ซึ่งเป็นผู้กำกับคนเดียวกันกับหนัง Resident Evil ภาคแรก และแน่นอน เขาคนนี้ได้รับความชื่นชมจากเราชาวเกมเมอร์เป็นอย่างมาก ที่เขาสามารถตอบสนองชาวเกมได้อย่างน่าพอใจ เขารู้ว่าเกมเมอร์ต้องการอะไร เพราะเดิมที หนังนี้มันมาจากเกม ถ้าไม่ใช่เพราะเกมหนังเรื่องนี้ก็คงไม่เกิด และถ้าเกมไม่ประสบความสำเร็จ หนังก็คงไม่ประสบความสำเร็จเช่นกันการทำหนังที่มาจากเกม ก็เพื่อตอบแทนเหล่านักเกมเมอร์ที่สนับสนุนเกมนั้นจนประสบความสำเร็จ เนื้อหาในหนัง ก็อิงและดัดแปลงเนื้อหาในเกมได้อย่างเหมาะสมและเหมือนในเกมที่สุดแล้ว (แต่ยังมีคนติอยู่บ้าง เพราะเนื้อเรื่องในหนัง พยายามจะยัดเนื้อของเกมทั้ง 4 ภาคลงไปในหนังภาคเดียว) มอนสเตอร์ในหนัง ก็มาจากเกมจริงๆ แล้วเราดีใจมาก ที่ได้เจอ เจ้าหัวปีรามิด (Red Pyramid Thing) ในฉบับภาพยนตร์ โอ้วว มันดูเท่ห์กว่าใน
เกมเยอะเลยล่ะ เสียงดนตรี ก็นำมาจากในตัวเกมทั้ง 4 ภาคจริงๆ ทำให้เรารู้สึกปลื้ม ยินดี และอินไปกันมันอย่างยิ่ง ฉากฆ่าโหดๆ ที่ผมตั้งตารอขณะดูว่า ฉากมอนสเตอร์ฆ่าคน ตายแบบโหดๆ มันจะเหมือนในเกมรึเปล่า (เกมภาค4) และไม่ผิดหวังจริงๆครับ ดูจะโหดกว่าในเกมซะอีก ทำให้เรารู้สึกว่านี่แหละ นี่แหละ SILENT HILL เวอร์ชั่นหนัง หนังจากเกมมันต้องเป็นแบบนี้ ถึงแม้รายได้เปิดตัวมันจะไม่ได้ถล่มทลายบ็อค ออฟฟิต ก็ตาม (แต่คนที่คิดอีกอย่างก็ขอโทษด้วยนะค้าบ)

ต้นแบบ Red Pyramid ก็อิงมาจากในเกมจริงๆ รวมถึงในมือก็มักจะหิ้วมอนสเตอร์ติดมือตลอด ถูกใจดีแท้

สุดท้ายแล้ว ผมก็รู้สึกผิดหวัง เมื่อผู้กำกับไซเล่น ฮีล ภาคแรก จะไม่ได้กำกับหนังในไซเล่น ฮีล ภาค 2 แล้ว เปลี่ยนไปคนละคนแทน ทำให้ผมอดกังวลกับภาคต่อไปที่จะออกมาอย่างไม่ได้ ผมจำไม่ได้ว่าเป็นใครจะมากำกับแทนแต่ผมว่าเขาคงไม่สิ้นคิดขนาดจะเปลี่ยนหนัง SILENT HILL ภาค 2 ไปเป็นหนัง แอคชั่น ไซไฟ หรอกนะ(แต่ดูจากพล็อตเนื้อเรื่องภาค 2 ที่ได้รับการเปิดเผยออกมาก็น่าจะหายห่วงครับ)

สุดท้าย ใครที่ยังไม่ได้ชมภาพยนตร์ Resident Evil 3: Extinction ก็รีบไปชมซะนะครับ หรือจะโหลดมาดูก็ได้(เหมือนผม) รับรองโดนใจคอหนัง-เกม แอคชั่น แน่นอนครับ

สรุป ทั้งเกม และ เกมในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ ต่างก็กอบโกยประสบความสำเร็จด้วยกันทั้งคู่ หนังที่มาจากเกม ไม่ใช่ว่ามันจะห่วยซะทุกเรื่องทีเดียว มันทำได้ดีในการตลาดธุรกิจฮอลลีวู้ด แต่มันไม่โดนใจคอเกมเมอร์ฮาร์ดคอกับเหล่าอนุรักษ์นิยม และ รายได้เปิดตัวถล่ม Box Office ก็เป็นเพียงแค่คำโฆษณา(แต่จริง) ที่ใช้โปรโมตให้กับคนที่ไม่เคยรู้จักหนังที่มาจากเกมเรื่องนี้เท่านั้น

ขอความเห็นเกมเมอร์ทุกท่านด้วยครับ

Comment

Comment:

Tweet

#9 By (58.9.115.182) on 2008-03-08 13:51

สวัสดีคุณโอ๊คเปลือย (Porn Oak)

หนังภาคสาม มันเหมือนหนังเขย่าขวัญซะมากกว่านะ จะให้ตกใจไปถึงไหน เราไม่ได้มาดูหนังผีซะหน่อย แล้วเนื้อเรื่องอ่ะ นิดเดียวเอง อลิซมาหาพรรคพวก แล้วไปบุกฐาน รายละเอียดน้อยแฮะ

ภาค 4 คงไม่ใส่ พล็อตแบบ คอมเมดี้ หรือดราม่า มาด้วยนะ

#8 By ANuBiS (202.12.74.77) on 2007-10-04 20:41

หนังก็โอนะแต่ทำไม ด.ร.นั้นตายง่ายจัง..โง่ชิบตายกะเครื่องมือตัวเอง..ก๊ากกๆๆๆๆๆ..ควาย

#7 By (202.12.74.74 /unknown) on 2007-10-04 19:10

ผมว่าตอนจบภาค3นี่ ไม่น่าเล้ยยย เนเมซิสออกมาไม่ถึง5นาทีเลย รวมๆ ตายซะละ แย่จัง

ผมว่าทำเนื้อเรื่องแบบในเกมส์มันคงยาวมากเลยอะ ภาคนึงอะ แต่จิงๆ ถ้าทำเป็นในเกมส์ได้คงสุดยอดอะ

แบบต้องหาของมาเปิดห้องนู้นห้องนี้ ห้องลับบานตะไท แถมต้องค้นศพ ค้นโน่นนี้ หาการ์ด หากุญแจ

คงยาวเลยอะ ถ้าลงทุนจัดๆก้อทำเป็นหนังซีรี่ย์ไปเลย ถ้าจะดีกว่า น่าดูกว่า เพราะเนื้อเรื่องมันจะยาว ไม่ต้องตัดเลย

#6 By -l-Cadaver-l- (117.47.145.45) on 2007-10-03 21:24

เห็นด้วยคับว่าหนังมันไม่โดนใจผมเลย
ผมก็เล่นเกมส์นี้มาตั้งแต่ภาคแรกๆจนถึงภาคเนมิซิสหลังจากนั้นก็ไม่ได้เล่นอีกเลย
เพราะไม่มีตังซื้อ P2T_Tแต่หนังมันก็ทำแบบไม่ได้อารมณ์ของเกมส์เท่าไหร่

#5 By OunlockO (117.47.145.45) on 2007-10-02 23:54

ขอบอกว่า ไม่ได้เรื่องเลย
อุส่ารอ เน่าเจงๆ
เอาสปาต้าไล่ฟันซอมบี้ซะงั้น
เปงในเกมตายไปและ-*-
หนังแม้งเวอร์+งี่เง่า+ไม่สนุก+ไม่น่ากลัว+ไม่ตื่นเต้น สรุปไม่สนุกโครตๆๆๆๆๆ

#4 By ภีม (124.121.177.3) on 2007-10-02 23:53

Resident evil 3 เนื้อเรื่องก้อคงไม่เหมือนในเกมส์มากนักหรอก คนเคยเล่นเกมส์นี้คงอยากเห็นหนังเรื่องนี้ออกมาอิงเนื้อเรื่องเกมส์มากที่สุด พอได้ดูหนังก้อต้องผิดหวังตามๆกันไปเพราะเนื้อเรื่องมันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ แต่ผมว่าก็สนุกดีนะ ฉาก Action ก้ออลังการ มันส์ดี แต่เสียดายนิดหน่อยที่หนังจบเร็วไปนิด บอสตายง่ายเกินไป โดยรวมผมก้อว่ามันส์ดี อ่ะ

#3 By JulaisZeZars (124.121.171.71) on 2007-10-02 23:48

ซุปเปอร์อะไรนั่น รู้สึกจะเป็น ไอซ์ ฮอกกี้ อะไรเนี้ยแหละครับ ชื่ออะไรไม่รู้ ก็คึอพวกซอมบี้ที่มันวิ่งได้ ไอ้ตัวที่ ดร.นั่นทดลอง จนมันฉลาดใช้สิ่งของอะไรได้นั่นแหละครับ ส่วน SUPER NEMESIS ที่เราคิดว่าจะมีนั่น ก็ไม่เห็นมีเลย ส่วนตัวไทแรนท์ก็ดันกลายเป็นตัว ดร.เองซะนี่

#2 By LEO (117.47.145.45) on 2007-10-02 23:20

ภาคแรกและภาคสองยังโอเค ถึงจะไม่ตรงกับเกมบ้างก็ยังพอดูสนุก แต่ภาคนี้มันห่วยจริงๆ ไม่ไหวๆ ซุปเปอร์ซอมบี้บ้าอะไรไม่รู้ หมดอารมณ์

แถมบอสใหญ่ตายง่ายโคตรๆ เซ็งมากๆเลยกับภาคนี้ เสียดายค่าบัตร

#1 By Thatwednesday on 2007-10-02 22:59