Anime : Kanon

posted on 26 Oct 2007 13:49 by pornoak in FreeStyle

     วันนี้เปลี่ยนบรรยากาศ ไปคุยกันทางฝั่งอนิเมทมั้งดีกว่า ผมเป็นคนที่ดูการ์ตูนค่อยข้างน้อย ผมจึงไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับวงการ อนิเมท เลย แต่ก็ถูกเพื่อนๆผมล้างสมองและผมพบกับการ์ตูนเรื่องหนึ่ง Kanon ที่ผมขอเพื่อนมาดู  การ์ตูนเรื่องนี้มันทำให้ผมรู้สึกประทับใจมากที่สุดตั้งแต่เท่าที่การ์ตูนมาเลยทีเดียว  มันช่างมีคุณค่าควรค่าแก่การสะสม และการดูซ้ำหลายรอบจริงๆ  เนื้อเรื่องก็สุดๆเล่นเอางงไปหลายตลบ แล้วก็เศร้าแบบสุดๆ เล่นเอาผมพอดูจบครบ 24 ตอน ผมแทบจะนอนไม่หลับ มัวแต่คิดสงสาร บ่อน้ำตาแตก (ไม่นึกว่าจะมีอาการเครียดนอนไม่หลับเหมือนกับที่หงส์แพ้แฮะ) การ์ตูนเรื่องนี้เท่าที่หาข้อมูลดูรู้สึกจะเป็นเวอร์ชั่นทำใหม่ที่ออกมาเมื่อปี 2006

อยากจะเล่าเรื่องนี้ให้คนที่ยังไม่ได้ดูฟังแล้วมาดูจังเลยยย(หรือว่ามีแต่ผมเนี้ย ที่พึ่งจะดู) แต่สักนิดละกันน่ะ เอาเป็นเนื้อเรื่องของ ซาวาตาริ มาโคโตะ ตัวละครที่มีเนื้อเรื่องเรียกน้ำตามากที่สุดในเรื่อง(สปอย)

.... มีเด็กผู้ชายอยู่คนหนึ่งชื่อ ไอซาวะ ยูอิจิ  ได้เดินทางมาเที่ยวที่บ้านญาติในช่วงปิดเทอม ได้พบกับสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งที่กำลังบาดเจ็บ ยูอิจิ ได้ช่วยเหลือจิ้งจอกตัวนั้น และรักษาอาการบาดเจ็บมันจนหาย และมักจะเล่นและพูดคุยกับจิ้งจอกให้ฟังอยู่เสมอถึงกับ พี่สาวคนหนึ่ง ที่ชื่อ ซาวาตาริ มาโคโตะ เวลาผ่านไปถึงเวลาที่ยูอิจิ จะต้องกลับบ้านแล้ว และเขาไม่สามารถที่จะนำจิ้งจอกตัวนี้กลับไปได้ด้วย จึงจำเป็นต้องนำมาปล่อย  ขณะที่จิ้งจอกตัวนั้นกำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน ยูอิจิ ก็วิ่งร้องไห้หนีจิ้งจอกตัวนั้นออกมา จิ้งจอกตัวนั้นก็ได้แต่ร่ำไห้


....ยูอิจิไม่ได้กลับมาที่เมืองนี้อีกเลย จนกระทั่งเวลาผ่านไป 7 ปี ยูอิจิก็ได้กลับมาที่เมืองนี้อีกครั้งเพื่อศึกษาต่อในชั้นมัธยมปลาย อยู่มาวันหนึ่งก็ได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเข้ามาและพยายามที่จะทำร้ายยูอิจิและดูเหมือนว่า
เธอจะรู้จักยูอิจิมาก่อนพร้อมกับความแค้นที่เธอรอคอยมานาน แต่สักพักเธอก็สลบไป ยูอิจิไม่มีทางเลือกจึงต้องพาเธอมาที่บ้านด้วย หลังจากเธอฟื้น จึงทราบว่า เธอความจำเสื่อม และจำอะไรไม่ได้เลย แต่เธอยังรู้สึกได้ว่ามีความแค้นกับยูอิจิในขณะที่ตัวยูอิจิเองก็จำไม่ได้ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เธอจึงขอที่จะอาศัยอยู่ที่บ้าน ซึ่งมี นายูกิ ลูกพี่ลูกน้องของยูอิจิ และคุณน้าอากิโกะ(แม่ของนายูกิ) ด้วย

.... ตลอดเวลาที่เธออยู่ที่นี่ เธอก็เป็นตัวป่วน คอยแกล้งยูอิจิตอนกลางดึกอยู่ตลอดเวลา ทั้งตัดกระดาษสมุดการบ้าน โยนดอกไม้ไฟเข้าไปในห้องยูอิจิ ทำอ่างอาบน้ำให้เป็นซุป และอื่นๆอีกมากมาย  และวันหนึ่งเธอเริ่มจำชื่อตัวเองได้ว่าตัวเองชื่อ ซาวาตาริ มาโคโตะ  วันหนึ่งขณะที่ยูอิจิกับมาโคโตะกลับบ้านด้วยกัน ก็ได้พบกับแมวที่ดูเหมือนจะชอบมาโคโตะมาก ยูอิจิจึงอยากให้เธอนำไปเลี้ยงที่บ้าน แต่มาโคโตะคิดว่านำไปเลี้ยงพอเบื่อก็นำ
มันไปปล่อยทิ้งมันอีก ยิ่งน่าสงสาร เธอเลยคิดว่าอย่าดีกว่า ว่าแล้วเธอก็ปล่อยแมวตัวนั้นลงจากสะพานหล่นลงไปบนรถบรรทุก ยูอิจิโกรธมากแล้วก็เดินกลับบ้านไปคนเดียว แล้วมาโคโตะก็หายตัวไป

.... ถึงกลางคืน มาโคโตะ ก็ยังไม่กลับมา ยูอิจิตัดสินใจไปตามหาทาง และพบเธอที่เนินเขา โมโนมิ ซึ่งเห็นเธอกำลังเล่นกับแมวตัวนั้นอยู่ เธอเหนื่อยมากจนหลับไป ยูอิจิจึงพาเธอกลับมาที่บ้าน  ยูอิจิเริ่มที่จะสงสัยและอยากรู้เรื่องของมาโคโตะมากขึ้น และได้พบกับ อามาโนะ ทำให้ยูอิจินึกขึ้นได้ว่า ชื่อ ซาวาตาริ มาโคโตะ เป็นชื่อของหญิงสาวที่อายุแก่กว่าที่เขาเคยชอบในตอนเด็กๆ ยูอิจิพยายามขอให้เธอช่วย แต่เธอก็ปฏิเสธ

.... มาโคโตะบอกว่า เธอเริ่มจะจำอะไรได้บ้างแล้ว เธอเดินไปสถานที่ๆหนึ่ง ยูอิจิจำได้ว่า เคยเอาจิ้งจอกมาทิ้งไว้ที่นี่ แล้วจู่ๆมาโคโตะก็ทุบยูอิจิอย่างแรงแล้วบอกว่า จู่ๆก็โกรธขึ้นมาเฉยๆ เพราะรู้สึกว่ามีแต่เรื่องเศร้าๆเกิดขึ้นที่นี่ ยูอิจิพยายามทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น พาไปเลี้ยงซาลาเปา พาไปเดินเล่น มาโคโตะอยากได้กระดิ่ง เพราะเธอชอบเสียงกระดิ่งมากยูอิจิจึงซื้อให้ แล้วดูเหมือนเธอจะอยากถ่ายรูปที่ตู้สติ๊กเกอร์มาก
 
....มาโคโตะ ซื้อการ์ตูนเล่มใหม่มา และอยากให้ยูอิจิอ่านด้วย และให้ยูอิจิเป็นคนอ่านให้เธอฟัง ยูอิจิก็ไม่ขัด  ในขณะที่เวลาผ่านไปมาโคโตะเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติในร่างกายของตัวเอง มือของเธอเริ่มแข็งจนไม่สามารถหยิบตะเกียบได้

.... ยูอิจิเริ่มเข้าใจในตัวมาโคโตะมากขึ้น และไปถาม อามาโนะ ว่า มาโคโตะ ไม่ใช่มนุษย์ใช่มั้ย? เธอจึงบอกว่าใช่ และได้รู้ความจริงว่า มาโคโตะก็คือ จิ้งจอก ตัวที่เขาเอาไปปล่อยไว้นั่นเอง โดยยอมที่จะสังเวยชีวิตและความทรงจำของตนเอง แปลงร่างมาเป็นมนุษย์เพื่อพบยูอิจิ และนานวันเข้าร่างกายของมาโคโตะก็จะยิ่งอ่อนแอ และการทำตัวให้เป็นเหมือนมนุษย์นั่นยากเข้าไปทุกที โดยที่ตัวมาโคโตะเองไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น

.... อาการของมาโคโตะเริ่มหนักขึ้น เริ่มที่จะแปรงฟันไม่ได้ ยูอิจิจึต้องแปรงให้ วันนึงเธอก็หายตัวจากบ้านไป ยูอิจิตามหาเธอซะทั่วแต่ก็ยังไม่พบ จนเธอกลับมา เธอบอกว่าไปตามหาแมว แมวหายไปแต่ก็ไม่เจอ แต่เธอมีไข้ตัวร้อนมาก ทุกคนอยู่เฝ้าไข้เธอ จนรุ่งเช้า ยูอิจิจะไปโรงเรียน เธอก็ไม่อยากให้ยูอิจิไป กลัวยูอิจิจะหายไป ยูอิจิตัดสินใจเล่นอยู่กับเธอที่บ้าน

....อามาโนะ ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ จึงเรียกยูอิจิออกมาคุย แล้วบอกยูอิจิว่า  การสูญเสียพลังของมาโคโตะจะขับออกมาเป็นความร้อน ตามปกติก็ต้องจบกันแล้ว แต่ความรู้สึกที่ยังอยากอยู่กับยูอิจิยังคงอยู่ จึงทำให้มาโคโตะ
ต้องฝืนทน อามาโนะบอกว่า ถ้าเกิดเป็นไข้ตัวร้อนขึ้นมาอีกครั้งอย่าหวังจะมีโอกาสอีกเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งทำให้ยูอิจิรู้ว่า ตัวอามาโนะเองก็เคยเจอกับเรื่องแบบนี้มาก่อน ยูอิจิบอกความจริงเรื่องนี้ให้  นายูกิ กับ อากิโกะ ฟังอากิโกะก็จำได้ถึงตอนเด็กๆที่ยูอิจิเก็บจิ้งจอกมาเลี้ยง และบอกว่าชอบเสียงกระดิ่งมาก ยูอิจิจึงตัดสินใจจะหยุดโรงเรียนสักพักหนึ่งเพื่อจะได้มีเวลากับมาโคโตะ  มาโคโตะเองก็เริ่มจะเหมือนเด็กเข้าไปทุกทีๆ มาโคโตะอยากให้ยูอิจิอ่านการ์ตูนเรื่องเดิมให้ฟังอีก พออ่านจบ มาโคโตะก็พูดว่า อยากแต่งงานกับยูอิจิ จะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป

.... เวลาผ่านไป มาโคโตะก็พูดไม่ได้อีกแล้ว ยูอิจิออกไปพบกับอามาโนะและให้ อากิโกะ ช่วยดูแลให้  ยูอิจิบอกกับอามาโนะว่า มาโคโตะพูดไม่ได้อีกแล้ว ความรู้สึกเป็นมนุษย์ก็ค่อยๆหายไป และอยากให้อามาโนะไปพบมาโคโตะสักครั้ง ยูอิจิพามาโคโตะมาพบอามาโนะ  อามาโนะพยายามที่จะช่วยเธอและบอกว่าให้ลูบหัวจะทำให้เธอรู้สึกสงบ อามาโนะพยายามถามชื่อมาโคโตะ

อามาโนะ : เอาล่ะ เธอชื่ออะไรจ๊ะ ? ลองนึกดูนะ
  มาโคโตะพยายามที่จะพูดชื่อของตัวเธอเอง(ตอนนี้แม่ง เรียกน้ำตา ชิบหาย)
มาโคโตะ :มา.....
อามาโนะ : มา.. แล้วอะไรต่อจ๊ะ ?
มาโคโตะ : มา.....โค.....โต....
อามาโนะ : มาโคโตะ เป็นชื่อที่ดีนะจ๊ะ  งั้นชื่อของเขาล่ะจ๊ะ ?
   อามาโนะชี้ไปทางยูอิจิ
อามาโนะ : เขาเป็นคนที่เธอเรียกหาตลอดเลยใช่มั้ยล่ะ
  มาโคโตะพยายามที่จะเรียกชื่อ ยูอิจิ จนกระทั่งเธอเรียกได้สำเร็จ ยูอิจิดีใจที่มาโคโตะจำชื่อตัวเองได้ แต่อามาโนะบอกว่า เดี๋ยวเธอก็จะลืมอีกและบอกว่าครั้งต่อไปมีใครอีกก็เป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว หากมีอะไรที่มาโคโตะ
ต้องการก็ทำให้เธอด้วย

....อากิโกะพาทุกคนในบ้านมาทานข้าวนอกบ้าน แล้วก็เจอเครื่องถ่ายรูปสติ๊กเกอร์ ทุกคนจึงจะถ่ายรูปพร้อมกัน แล้วก็ยังได้เล่นดอกไม้ไฟด้วยกัน แต่คืนนั้น มาโคโตะ ก็มีไข้ขึ้นมาทุกคนเฝ้าไข้มาโคโตะจนถึงรุ่งเช้า มาโคโตะ
ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ยูอิจิอ่านการ์ตูนเรื่องที่เธอชอบให้เธอฟังครั้ง และก็นึกถึงคำพูดของอามาโนะ ที่ว่า หากมีอะไรที่มาโคโตะต้องการ ก็ช่วยทำให้เป็นจริงด้วย ยูอิจินึกถึงตอนที่มาโคโตะเคยพูดว่า อยากแต่งงานกับยูอิจิจึงพาเธอออกไปที่เนินเขา โมโนมิ อีกครั้ง

.... จนกระทั่งถึงเวลาเย็น
ยูอิจิ : นี่ มาโคโตะเรามาเริ่มกันเถอะ นี่ฟังอยู่รึป่าว อย่าพึ่งหลับสิ
 ยูอิจิหยิบของที่อยู่ในถุงออกมาแล้วบอกว่า มันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะซื้อชุดแต่งงาน แต่มีสิ่งนี้ คงพอใช้ได้ นั่นคือผ้าคลุมหัวเจ้าสาวนั่นเอง และบอกว่ามาโคโตะจับไว้ กันปลิว ก่อนที่ทั้งยูอิจิจะเริ่มพูด
ยูอิจิ : ฉัน ไอซาวะ ยูอิจิ และ ซาวาตาริ มาโคโตะ  ขอสาบานซึ่งกันและกัน จะขออยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะยากจนมั่งมี ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุด เราจะร่วมกันตลอดไปนะ มาโคโตะ
 ตัวยูอิจิเอง ก็ได้แต่หวังว่าสิ่งที่มาโคโตะหวังมันคงจะสมหวังแล้ว

 แต่แล้ว ลมก็พัดแรง ผ้าคลุมหัวเจ้าสาวของปลิวไป มาโคโตะพยายามไล่วิ่งตาม แต่ก็ไม่ทัน มาโคโตะร้องอย่างหนัก ยูอิจิพยายามปลอบใจ แล้วลูบหัว และให้เธอเล่นกับกระดิ่ง เธอก็สนุกมาก จนเวลาเริ่มมืด มาโคโตะเริ่มอ่อนแรงลง
ยูอิจิ : มาโคโตะ เป็นอะไรไป เล่นอีกสิ
  มาโคโตะพยายามจะเล่นกระดิ่งอีก แต่เธอก็หมดแรง
ยูอิจิ : นี่ อย่าหลับนะ มาโคโตะ นี่ เร็วเข้า มาเล่นกระดิ่งด้วยกันนะ สนุกใช่มั้ยล่ะ
  มาโคโตะ ยังคงยิ้มร่า ด้วยความสนุก
ยูอิจิ : งั้นรึๆ เล่นมันอีกครั้งนะ มาเล่นด้วยกันตลอดไปเถอะนะ นะ มาโคโตะ เอาเลย เล่นมันอีกนะ เล่นให้ฉันฟังไง กริ๊งๆไงล่ะ เป็นไรไปล่ะ มาโคโตะ เร็วเข้ามาโคโตะ
เสียงมาโคโตะ ค่อยๆหลิบหรี่ลง จนกระทั่งเธอหลับตาลง แล้วเธอก็สลายไปกับสายลม เหลือเพียงไว้แต่กระดิ่งกับภาพถ่ายสติ๊กเกอร์ให้ยูอิจิไว้เป็นของดูต่างหน้า



ตอนแรกจะเขียนย่อๆ ไปๆมาๆ ทำไมมันเยอะหยั่งเงี้ย ที่เขียนนี้ ยังน้ำตาคลออยู่เลยอ่ะครับ ไม่ไหวๆ ผมคงเป็นพวกชอบอินเกินไป ที่ผมเขียนมาอาจจะไม่ซึ้งก็ได้ อยากให้ลองหามาดูครับ สำหรับคนยังไม่ได้ดู

credit : Sakiel,tamanxzg,zieghart

edit @ 27 Oct 2007 00:14:09 by pornoak

Comment

Comment:

Tweet

น้ำตาแตกจะ อิอิ ธรรมดาไป(สำหรับผม)

แต่ว่า ก่อนจะจบหรือกลางๆตอน24ผมว่าซึ้งไม่แพ้กันนะ

รึเปล่า แต่ ผมว่าเป็นเรื่องที่กินใจผมมากเลย

#8 By สายลม (118.172.177.62) on 2008-06-21 08:06

น่ารักดี...แต่เราชอบแนวแอ๊คชันแฟนตาซีง่ะ ความหลังเอามาลงบ้างดิ อย่างนารุโต๊ะ วันพีชอิอิ ..
ชอบคับ ซึ้งดี เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง งิงิ เลโอ อย่าเปลี่ยนไปเป็นแบบวาบหวิวแล้วกัน เสียภาพหมด byอัสตร้า top

#7 By poketop(อัสตร้า) (203.150.121.94) on 2007-11-03 23:48

#6 By (203.150.121.94) on 2007-11-03 23:38

หึหึต้องเข้ามาให้ลึกกว่านี้สิขอรับเลโอหึหึ
จงมาเป็นโอตาคุด้วยกันซะดี
อะเช่าอนิเมไปดูkanonกับฮารุฮิก็รวม200พอดี(คิดจากไหนไม่รุ555)

#5 By Magi (61.90.249.246) on 2007-10-28 19:13

อยากจะบอกว่า แค่แม่มดอ่านก็น้ำตาคลอแล้วค่ะ น่าสงสารจังเลย

เพื่อนของแม่มดก็เคยพูดให้ฟัง แต่แม่มดไม่รู้เลยว่ามันจะเศร้าขนาดนี้

ถ้าแม่มดดูคนเดียว มีหวัง...สามวันยังน้ำตาซึม (เคยมาแล้วกับเดอะเล็ตเตอร์ ดูยังไงก็ร้อง กี่รอบก็ร้อง แหะๆ)angry smile

#4 By *~ แม่มด ~* on 2007-10-27 12:09

ขอบคุณครับ เดี๋ยวจะบอกให้เพื่อนโหลดมาดู 55 CLANNAD นี้ ตอนไปญี่ปุ่นเคยเห็นกำลังฉายอยู่ในโรงด้วยครับ น่าเสียดาย น่าจะมีโอกาสเข้าไปซื้อตั๋วดูอุตส่าห์ไปถึงถิ่น confused smile

#3 By pornoak on 2007-10-26 14:13

เรื่องนี้มีแต่คนบอกว่า ดีนะคะ ^^
แต่เราก็ยังไม่เคยคิดจะหามาดู =[]="
เห็นแบบนี้คงต้องหามามั่งแล้วละ ^^

#2 By ★+::+@MilY+::+★ on 2007-10-26 14:06

โหลดมาแล้วแต่ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ =w=a มีทั้งของภาคเก่าที่ยาวสิบสามตอน แล้วก็ที่รีเมคมี 24 ตอน

ถ้าชอบแนวๆ นี้แนะนำให้ดูเรื่อง AIR กับ CLANNAD ด้วยค่ะ มาจากค่ายเกมเดียวกัน เนื้อเรื่องคล้ายๆ กันเลยค่ะ cry (เล่นเอาน้ำตาคลอ TwT)

#1 By +++Mizumi+++ on 2007-10-26 14:03