RESIDENT EVIL : Degeneration (Movie)

posted on 04 Dec 2008 21:10 by pornoak in Review

ตอนที่ 9 STORY OF RESIDENT EVIL  Degeneration

              ผลสืบเนื่องจากเหตุการณ์หายนะ ณ เมืองแรคคูน ซิตี้ นับจนถึงตอนนี้มันผ่านมาเป็นเวลา 7 ปีแล้ว เลออน เอส เคเนดี้ซึ่งปัจจุบันยังคงรับภารกิจเป็นสายลับให้กับทางรัฐบาลอยู่ หลังจากที่รับหน้าที่ช่วยเหลือลูกสาวประธานาธิบดี แอชลี่ย์ แกรแฮม จนถึงตอนนี้ก็ผ่านมา 1 ปีพอดี เหตุการณ์ทุกอย่างดูเหมือนจะราบรื่นแต่มันไม่เป็นเช่นนั้น ช่วงเวลาที่ผ่านมา 7 ปี ต่างเกิดเหตุการณ์ต่างๆขึ้นมากมาย  สาธารณรัฐบาจิริบ ซึ่งปกครองโดยนายพลกรานเดประกาศสนับสนุนการก่อการร้าย , มีการก่อตั้งกลุ่มองค์กรสิทธิมนุษยชนเทอร์ราเซฟ(NGO) รวมถึงมีการก่อตั้งบริษัทยา Wilfarma ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนที่กลัวจะเกิดเหตุซ้ำรอยเดียวกับแรคคูน ซิตี้  กลุ่มเทอร์ราเซฟเริ่มที่จะกดดัน Wilfarma ให้เปิดเผยข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับผลการทดลองในอินเดียแต่ก็ถูกปฏิเสธ เหตุการณ์ทุกอย่างเริ่มวุ่นวายมากขึ้น  ซึ่งใครจะคิดว่าเหตุการณ์ที่แรคคูน ซิตี้ นั้นกลับเป็นชนวนก่อให้เกิดฝันร้ายครั้งใหม่อีกครั้ง.................

ฤดูใบไม้ร่วง ปี ค.ศ.2005
               ณ สนามบินแห่งหนึ่งที่อยู่ทางตะวันตกของอเมริกา แคลร์ เรดฟิลด์ (Claire Redfield) ตอนนี้ได้เข้าร่วมกับกลุ่มองค์กรเทอร์ราเซฟโดยเป็นองค์กรที่ไม่ขึ้นตรงกับทางรัฐบาล ซึ่งเธอเดินทางมาถึงสนามบินเพื่อทำงานของเธอโดยมี ป้าคลอร่าหนึ่งในสมาชิกเทอร์ราเซฟพร้อมกับหลาน รานี่ มารอรับ... ขณะที่ผู้โดยสารบนเครื่องบินลำหนึ่งซึ่งเครื่องบินลำนั้นกำลังเตรียมการลงจอดที่สนามบิน พนักงานบนเครื่องบินกำลังเดินตรวจความเรียบร้อย เธอพบกับผู้โดยสารคนหนึ่งซึ่งดูไม่ค่อยดีนัก ชายผู้โดยสารนั้นบอกกับพนักงานต้อนรับถึงความต้องการของเขาที่ต้องการจะติดต่อกับ เฟรเดอริค ดาวน์นิ่ง จาก Wilfarma ถึงเหตุฉุกเฉินที่กำลังจะเกิดขึ้น



               ส.ว.รอน เดวิส ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่และที่ปรึกษาพิเศษของ Wilfarma ซึ่งเดินทางมาที่สนามบินเช่นกัน กลุ่มผู้ชุมนุมที่ไม่พอใจในตัวของเดวิส ก็มาชุมนุมกันที่หน้าสนามบินจนทำให้เดวิสต้องหาวิธีหลบออกมา แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น จู่ๆ ซอมบี้ก็โผล่มาจากไหนไม่ทราบเข้าจู่โจมเหล่าบอดี้การ์ดและผู้โดยสารบริเวณล็อบบี้ของสนามบิน ทุกอย่างเริ่มวุ่นวาย แคลร์พลัดหลงกับรานี่ ซ้ำร้ายเครื่องบินเมื่อสักครู่ที่กำลังจะลงจอดกลับขาดการติดต่อไร้ซึ่งการควบคุมและพุ่งเข้าชนบริเวณล็อบบี้ของสนามบิน  แคลร์ , ส.ว.เดวิส และ รานี่ รวมถึงผู้โดยสารบางส่วนในสนามบินเอาตัวรอดจากเหตุการณ์นี้มาได้ แต่ทันใดนั้นประตูเครื่องบินก็ถูกเปิดออกและสิ่งที่เธอแทบไม่อยากจะเชื่อในสายตาของตัวเองกลับมาอยู่ตรงหน้าเธออีกครั้ง ซอมบี้ต่างก็ค่อยๆลุกขึ้นมาอยู่ตรงหน้าเธอ...
              ทางรัฐบาลไม่รอช้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและได้สั่งปิดสนามบินโดยห้ามให้ผู้คนเข้าออกสนามบินโดยเด็ดขาด และทางทำเนียบขาวได้ทำการส่งสายลับพิเศษซึ่งมีประสบการณ์สูงอย่าง เลออน เอส เคเนดี้ มาช่วยเหลือและวางแผนร่วมกับหน่วยหน่วย S.R.T (Special Response Team) ซึ่งมี แองเจลล่า มิลเลอร์ เป็นหัวหน้า เพื่อเข้าช่วยเหลือกลุ่มคนที่ยังมีชีวิตรอดในสนามบิน และได้พบกับแคลร์จนได้



              หลังจากหลบหนีออกมา  แคลร์พบกับรถของบริษัทยา Wilfarma ทำให้เธอไม่พอใจอย่างมาก ซึ่งนั่นทำให้เธอรู้จักกับ เฟรเดอริค ดาวน์นิ่ง หัวหน้านักวิจัยของบริษัทยา Wilfarma โดยรถที่ขนยานั่นมาก็คือ วัคซีน แอนตี้ไวรัส นั่นเอง  เลออนได้ติดต่อกับผู้ช่วย ฮันนิแกน และนั่นทำให้ทุกอย่างเริ่มเปิดเผยมากขึ้น กลุ่ม FBI สามารถจับตัวกลุ่มสมาชิกของนายพลแกรนเดได้ซึ่งสามารถที่จะสืบเรื่องราวทั้งหมดกับการก่อการร้ายที่อินเดียระหว่างการทดสอบ Test Subject  ซึ่งมาจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่มี T- Virus อยู่ในมือ ซึ่งนั่นทำให้แคลร์เข้าใจ Wilfarma ผิดไปเพราะเธอคิดว่า Wilfarma เป็นตัวต้นเหตุ กลุ่มเทอร์ราเซฟจึงพยายามบีบคั้น Wilfarma ให้จนมุม และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ Wilfarma ไม่สามารถที่จะนำวัคซีนออกมาใช้กับเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างรวดเร็วได้
              แคลร์รู้สึกโทษตัวเองที่ตัวเธอและกลุ่มกลับกลายเป็นทำให้ทุกอย่างแย่กว่าเดิม แต่เลออนก็ปลอบใจเธอว่าเป็นเพราะคนที่ผลิตไวรัสมันขึ้นมาตังหาก จู่ๆรถที่ขนส่งแอนตี้ไวรัส ก็เกิดระเบิดขึ้นมันเป็นฝีมือของใครกัน..?   เลออนบอกถึงความต้องการของผู้ก่อการร้ายในครั้งนี้ว่ามันต้องการที่จะให้ประธาณาธิบดีสหรัฐ ประธาณาธิบดีกราแฮม (Graham พ่อของแอชลี่ย์ กราแฮม นางเอกภาค 4) ออกมาเปิดเผยความจริงต่อสาธารณะชนถึงเหตุการณ์ความพินาศที่เกิดขึ้นที่แรคคูน ซิตี้ ว่าเขาและรัฐบาลมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับบริษัทค้ายาอย่าง Umbrella Corporation โดยให้เวลาประธาณาธิบดีเป็นเวลา 4 ชั่วโมง ไม่เช่นนั้นเขาจะปล่อยเชื้อ T-Virus ให้แพร่กระจายไปในทุกๆรัฐ  แคลร์ซึ่งนึกถึงช่วงเวลาในสนามบินที่เธอได้ชนกับ เคอร์ติส มิลเลอร์  หนึ่งในผู้ที่ต่อต้านการก่อตั้งบริษัทยา Wilfarma ซึ่งเคยถูกจับกุม ซึ่งเธอคิดว่าอาจจะเป็นเขาก็ได้ นั่นทำให้ แองเจลล่า ไม่อยากเชื่อ เพราะ เคอร์ติส มิลเลอร์ คือพี่ชายของเธอที่ขาดการติดต่อมาแล้ว 3 ปี  



              แองเจลล่าตัดสินใจไปหาพี่ชายเธอที่บ้านโดยมีเลออนตามไปด้วยและพบว่าที่บ้านนั่น เคอร์ติส มิลเลอร์ ได้จัดการเผามันไปเรียบร้อยแล้ว ขณะที่แคลร์ ก็ขอตาม เฟรเดอริค ดาวน์นิ่ง ไปที่สำนักงานของ Wilfarma ด้วย ซึ่งนั่นทำให้เธอทราบว่า Wilfarma มี G-Virus ไว้ในครอบครองโดย เฟรเดอริค เป็นคนได้มันมาจากตลาดมืดและยังบอกว่า ส.ว. รอน เดวิส คือคนที่ตัดสินใจระเบิดแรคคูน ซิตี้เมื่อ 7 ปีก่อน  แคลร์ตัดสินใจโทรบอกเรื่องนี้กับเลออนและให้เลออนตามมาที่ Wilfarma ทันที ซึ่ง เฟรเดอริค ก็ขอตัวออกไปข้างนอก ซึ่งสักพักเฟรเดอริค ก็โทรศัพท์กลับขึ้นมาหาแคลร์แล้วบอกให้แคลร์รีบหลบหนีออกจากที่นี่เพราะมีระเบิดและมีผู้ต้องสงสัยอยู่ แคลร์เหลือบมองไปเห็น เคอร์ติส มิลเลอร์ เดินออกมาจากห้องเก็บ G-Virus ทันใดนั้นก็เกิดระเบิดขึ้นมาทันที
               เลออน และ แองเจลล่า มาถึงที่ Wilfarma ทั้งคู่แยกย้ายกัน เลออนพบแคลร์เธอบอกให้เลออนรีบตามหาเคอร์ติส ด้านฝั่งของแองเจลล่า เธอก็ได้พบกับ เคอร์ติส พี่ชายของเธอจนได้ ซึ่ง เคอร์ติส ได้ฉีดเชื้อ G-Virus เข้าไปในร่างกาย และทำให้เธอรู้เหตุผลว่าทำไมเขาถึงทำเช่นนี้ โดยที่เคอร์ติสรับไม่ได้กับเรื่องราวลวงโลกที่รัฐบาลแต่งขึ้นมาเพื่อหลบหนีความผิดเพราะภรรยาและลูกของเขานั้นได้เสียชีวิตไปจากเหตุการณ์ในแรคคูน ซิตี้  เคอร์ติส กลายร่างเป็น G และลงมือทำร้ายเหล่าทหารที่ติดตามมา ไม่เพียงเท่านั้นยังหันมาจะทำร้ายแองเจลล่าอีกด้วย เลออนซึ่งมาพบกับแองเจลล่าพอดีและช่วยเธอได้สำเร็จ ทุกอย่างดูเหมือนจะจบ แต่ G กลับฟื้นขึ้นมาอีกครั้งและพัฒนาร่างเป็น G ร่าง 2 แล้ว ซึ่งจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้คอมพิวเตอร์ของบริษัททำงานโดยอัตโนมัติและเตรียมที่จะบอมทำลายเชื้อไวรัสที่อยู่ที่นี่ทั้งหมด



               เลออน แองเจลล่า และ แคลร์ ก็สามารถเอาชีวิตรอดกลับออกมาได้ และนั่นทำให้ความจริงทุกอย่างเปิดเผย คนร้ายที่แท้จริงในเหตุการ์ณครั้งนี้ก็คือ เฟรเดอริค ดาวน์นิ่ง นั่นเอง โดยที่ ส.ว.รอน เดวิส นั่นแทบไม่รู้เรื่องอะไรเขาเพียงแค่ต้องการใช้โอกาสจากเหตุการณ์ในครั้งนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสถานการณ์หุ้นตกของบริษัท Wilfarma กลับมาดังเดิมก็เท่านั้นซึ่งเขากลัวว่าบริษัทกำลังจะล่มสลายเหมือนอัมเบลล่า ส่วน เฟรเดอริค ถูกจับเพราะเขาคาดการณ์แผนของเขาผิดไป ซึ่ง เฟรเดอริค ก็รับสารภาพทั้งหมด โดยเขาก็คือคนที่เจรจาซื้อขายไวรัสกับนายพลกรานเด และ จัดหาไวรัสให้กับผู้ก่อการร้ายในอินเดีย ซึ่ง เคอร์ติส มิลเลอร์ ก็เป็นแค่หุ่นเชิดที่ถูกใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงอานุภาพของ T-Virus และ G-Virus เพื่อประโยชน์ด้านการค้าของเขา โดย T-Virus กับ G-Virus ที่เขาได้มานั้นก็ขโมยและหนีออกมาก่อนที่แรคคุน ซิตี้จะระเบิด
               สุดท้ายแล้วทั้ง 3 ก็แยกย้ายกัน เลออนบอกกับแคลร์ว่า เจอกันคราวหน้าหวังว่าจะเจอกันในที่ที่ดีกว่านี้...........



หลังจากนี้ล่ะ
             ส.ว.รอน เดวิส ลาออกบริษัท Wilfarma และถูกลอบสังหาร  บริษัทยา Tricell ยื่นข้อเสนอซื้อบริษัท Wilfarma ทันที และถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วเลออนจะเป็นคนเก็บเชื้อ G-Virus และวัคซีนอันสุดท้ายรวมถึงข้อมูลวิจัยทั้งหมดไป แต่ทีมของTricell ก็ได้ลงไปสำรวจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ตึกของ Wilfarma และได้ชิ้นส่วนของ G มาแทน ส่วนบทบาทของ Tricell นี้จะถูกเปิดเผยใน Resident Evil 5  ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญอย่างมากในอีก 3 ปีให้หลังจากนี้ นั่นก็คือเนื้อเรื่องใน Re5 (2008) ดังนั้นโปรดติดตามด้วยการซื้อเกมมาเล่น -*-   วางจำหน่าย 5 มีนาคม 2009 นี้ ทั้งบน PS3 และ Xbox360


ตัวละครที่ปรากฏในภาคนี้
เลออน เอส เคเนดี้ (Resident Evil 2,4) ---> กลับไปยังทำเนียบขาว
แคลร์ เรดฟิลด์ (Resident Evil 2 , Code Veronica) ----> ทำงานต่อในฐานะกลุ่มเทอร์ราเซฟ
แองเจลล่า มิลเลอร์ ---> รอไปดำน้ำกับเลออน
เกร็ก เกรน ----> ตาย
รานี่ คลอร่า ----> ไปเที่ยวกะแคลร์และป้าของเธอ
ส.ว.รอน เดวิส ----> ตาย
เฟรเดอริค ดาวน์นิ่ง ----> ถูกจับ
เคอร์ติส มิลเลอร์  ----> ตาย



สิ่งที่ทำให้เรารู้ในภาคนี้
- T-Virus กับ G-Virus ยังคงอยู่
- ถึงแม้ว่าอัมเบลล่าจะล่มสลายไปแล้ว แต่ก็ยังมีบริษัทอื่นๆอีกมากมายที่ต้องการและเป็นเจ้าของไวรัสเพื่ออาวุธชีวภาพ ขณะเดียวกันกลุ่มต่อต้านการวิจัยเกี่ยวกับอาวุธชีวภาพก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
- ส.ว.รอน เดวิส ซึ่งตอนนั้นเป็นคณะกรรมการพิเศษและเป็นคนตัดสินใจระเบิดแรคคูน ซิตี้
- หน่วย Special Response Team (S.R.T) มีบทบาทคล้ายคลึงกับหน่วย S.T.A.R.S ที่ล่มไปแล้ว
- เพิ่มเติมหน่อย สำหรับใครที่เคยคิดว่าเชื้อไวรัส G-Virus นี่ทำให้เป็นอมตะนี่ ขอให้ลืมคำพูดที่ติดปากต่อๆกันมานี่นะครับ เชื้อ G-Virus คือเชื้อไวรัสที่สามารถพัฒนาได้ต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดแค่นั่นแหละครับ ถ้ายังไม่ตายมีเศษส่วนอยู่ก็สามารถพัฒนาได้เรื่อยๆ เหมือนกับ G ในกรณีของ ดร.วิลเลี่ยม เบอร์กิ้น ในภาค 2 นั่นแหละที่พัฒนาจนเป็นอะไรไปแล้วก็ไม่รู้และสุดท้ายก็โดนระเบิดรถไฟจนไม่เหลือซาก
- เฟรเดอริค ดาวน์นิ่ง หมอนี่ก็ฉลาดไม่เลว แต่ยังไม่ถึงเข้าขั้นเทียบเท่าระดับ เวสเกอร์ ที่โคตรแผนซ้อนแผน แต่เวสเกอร์ก็คาดการณ์ผิดมาแล้วครั้งนึงในกรณีของคริสที่รอดชีวิตมาได้จากเหตุการณ์ในภาคแรก ซึ่งในรายของ เฟรเดอริค ก็กรณีเดียวกันกับเลออน แต่พอดีมันอ่อนขี้ขลาดเป็นแค่นักวิจัยสมองใสการค้าและโดนจับ


ทิ้งท้าย
- แองเจลล่า ตูมมากๆ
- เอด้า ตกกระป๋องไปแล้ว
- แอชลี่ย์ เลออนคงไม่กล้ายุ่ง เดี๋ยวโดยยิงเป้า
- สุดท้ายก็ยังอยู่ที่แคลร์แหละหน่าาา

 

        อ่านเนื้อเรื่องย้อนหลังของ Resident Evil ที่ผมเขียนลงไว้ใน space เมื่อปีมะโว้ได้ คลิกที่นี่  จะอยู่ที่เมนูด้านขวา ภาษาที่เขียนอาจจะแปลกๆและมีเขียนผิด โปรดอย่าถือสา -*-

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณมากๆเลยคะ

#9 By KINGRPG (58.8.142.49) on 2009-09-07 16:57

แหล่มเลยครับ

#8 By Download All Mp3 (203.156.6.108) on 2009-07-15 01:55

ชอบมากครับ

#7 By hi5 เพลง Mp3 (112.143.27.79) on 2009-07-15 00:14

ลีออง เทพ จัด

ยิงปืนแก้บนัดเดียว

Gรวงเลย sad smile

#6 By herenoi on 2008-12-10 19:52

อีกอย่างลีออนในเรื่องนี้ หน้าแก่โทรม ไม่หล่อไงไม่รู้อ่ะ ใน 4 หล่อกว่านะ

#5 By gallantfoal on 2008-12-09 13:42

แองเจลล่า ถึงจะตู้ม แต่แอคติ้งแข็ง ดราม่าควีนเกิน ไม่ชอบค่ะ

รักเจ๊หมวยคนเดียว กลับมาเร็วๆนะกี่เพ้าเกิล!!

#4 By gallantfoal on 2008-12-09 13:41

สุดยอดมากเลยครับ

#3 By aunzoro on 2008-12-09 02:59

เลออน จะตั้งฮาเร็มแล้ว

#2 By ซูเนะโอะ on 2008-12-05 03:30

เชียร์แคลร์มาตั้งหลายปี เย้ๆ confused smile เอด้าเธอเป็นกิ๊กกะเวสเกอร์ไปแล้วค่ะ question

#1 By Daughter Of Sparda on 2008-12-04 21:29