Resident Evil : The Darkside Chronicles

posted on 13 Dec 2009 00:49 by pornoak in Review


Publisher : Capcom
Developer : Cavia
Platform :  Wii
Genre :  Rail Shooter
Rate : CERO : D , ESRB : M
Price : 7,340 เยน (ชุด Chronicles Collector's ราคา 8,390 เยน)
Release:  17 พฤศจิกายน 2009 (US) , 27 พฤศจิกายน 2009 (EU) , 14 มกราคม 2010 (JP)
Official Site : http://www.capcom.co.jp/bio_dc/ (JP)
            : http://www.residentevil.com/darkside/ (US)

 

    Resident Evil : The Darkside Chronicles คือเกมแบรนด์ใหม่ของตัวเกมจากซีรี่ส์ Resident Evil หลังจากที่ภาคที่แล้ว The Umbrella Chronicles ทำให้แฟนๆประจำซีรี่ส์ได้พบระบบการเล่นแบบ Rail-Shooter แบบเดียวกับตัวเกม The House of The Dead กับเรื่องราวที่ถูกเล่าและเรียบเรียงออกมาใหม่ของตัวเกมในภาค 0,1,3 และเนื้อหาใหม่ที่ได้รับการเพิ่มเติมเข้าไปของคริสและจิลเพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์ของเนื้อเรื่อง และสำหรับตัวเกม Resident Evil : The Darkside Chronicles ภาคนี้ก็เช่นกัน ทาง Capcom ยังคงมอบหมายให้ทีมพัฒนา Cavia นำเอาจิ้นเดิมมาขัดเกลาใหม่,เพิ่มเติมระบบเกมเพลย์และเรื่องราวของเกมที่จะถูกเรียบเรียงนำเสนอใหม่จากตัวเกมในภาค 2 และ Code Veronica ที่แฟนๆหลายๆคนถามหาถึงเนื้อเรื่องส่วนนี้จากตัวเกมในภาค Umbrella Chronicles ว่ามันหายไปไหน
   
    ระบบเกมเพลย์ของตัวเกม Resident Evil : The Darkside Chronicles ยังคงมีรูปแบบเดียวกับภาคแรก อย่างไรก็ดีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากในภาค UC คือระบบมุมกล้องที่อิงจากสายตาของตัวละครหลักในเกม กล่าวคือมุมกล้องในเกมนั้นจะไม่อยู่นิ่งๆกับที่ในขณะเดินหรือวิ่งอยู่แต่ก็จะสั่นตามแรงวิ่ง , ช่วงจังหวะกระโดดต่างๆหรือแม้กระทั่งจังหวะที่ตัวละครล้มลงก็จะทำให้มุมมองของเราไม่สามารถที่จะแสดงหรือเห็นออกมาได้ทั่วถึง ช่วยเพิ่มความลำบากในการเล็งปืนให้โดนเป้าหมายได้ยากขึ้น ซึ่งในจุดนี้ตัวเกมทำออกมาได้ดีทีเดียว
    ระบบความยากง่ายของเกมคือสิ่งหนึ่งที่ได้รับปรับสมดุลเสียใหม่ จะมีโหมดระดับความยากให้คุณได้เลือกเล่นทั้งแบบ Easy , Normal และ Hard  แต่สิ่งที่จะพูดก็คือ ระบบการยิง การเล็งยิงที่หัวแบบ เฮดช็อต ในภาคนี้สามารถทำได้ง่ายขึ้นมาก โดยจะมีจุดโฟกัสกระพริบๆให้เมื่อเป้าอยู่ในตำแหน่งที่สามารถยิงเฮดช็อตได้ คุณสามารถเด็ดหัวซอมบี้ได้ 3-4 ตัวรวดในกระสุน 3-4 นัดได้ง่ายๆหากมือคุณนิ่งพอ แต่บางครั้งถึงมือนิ่งแต่ฉากก็ไม่นิ่งแทน 55
    ความเร็วสปีดของเกม เราแน่ใจเลยว่าคุณจะมีความรู้สึกแบบ "ย่องอยู่นั่นแหละรีบโกยเข้าสิฟระ ,เปลืองกระสุนโว้ย" อะไรประมาณนี้บ้างแน่ๆ แต่ปัญหานี้มันก็คือปัญหาเดียวกับตัวเกมในภาค UC ซึ่งอย่างไรก็ดีในภาคนี้ก็ถูกปรับให้ดีขึ้นแล้วในช่วงจังหวะระยะเวลาเร่งด่วนตามเนื้อเรื่องในตอนนั้นๆ
    ระบบที่ได้รับการปรับปรุงจากภาคที่แล้วได้แก่ ระบบ Inventory เป็นสิ่งที่ปรับปรุงใหม่จากภาคที่แล้ว โดยตัวเกมจะมีระบบคีย์ลัดซึ่งสามารถเรียกใช้ปืนหรือระเบิดมือที่เราเซ็ตตั้งค่าเอาไว้ได้โดยใช้ปุ่ม D-pad รวมถึงการใช้สมุนไพรจากเดิมในภาค UC ที่เมื่อเก็บจะใช้โดยอัตโนมัติ แต่ในภาคนี้ก็จะเก็บสะสมไว้ก่อนแล้วจะกดใช้เมื่อใดก็ได้โดยกุดปุ่ม+  ส่วนระบบการอัพเกรดอาวุธในภาคนี้ก็แตกต่างจากภาคที่แล้วเช่นกัน โดยจำเป็นจะต้องใช้เงิน (Gold) แทนที่จำนวนดาว (Rank) ซึ่งอาจได้จากการยิงสิ่งของตามฉากต่างๆเพื่อมาอัพเกรด โดยจำนวนเงินที่ใช้ในการอัพเกรดนั้นก็ต้องมากพอดูเพราะภาคนี้การอัพเกรดไม่ได้อัพเป็นระดับเลเวลแต่ละเลเวลขึ้นไป แต่เราจะต้องกดอัพเกรดเป็นส่วนๆแทนเช่นความรุนแรง,ความเร็วในการรีโหลด สิ่งที่ถูกปรับลดลงไปคือจำนวนปืนที่มีให้ได้ใช้กันในเกม ซึ่งปืนแต่ละชนิดก็จะมีเพียงแค่แบบเดียวเท่านั้น
   
   


    การสู้กับบอสในภาคนี้แตกต่างกับในภาค UC ซึ่งคุณไม่ใช่เพียงแต่จะต้องยิงจนพลังชีวิตของบอสหมดแล้วเท่านั้น แต่ยังจะต้องมีจังหวะยิงที่จำเป็นจะต้องเผด็จศึกมันอีกด้วย เช่น การสู้กับ Mr.X ในช่วงท้ายของเนื้อเรื่องในภาค 2 เมื่อยิงมันจนพลังชีวิตหมดแล้วแต่มันก็ยังฟื้นพลังกลับมาได้อีกครึ่งหนึ่ง เอด้าจึงโยนปืนล็อคเก็ตแลนเชอร์มาให้ ช่วงจังหวะนี้เราก็ต้องยิงจนพลังมันลดลงจนหมดใหม่ จนกระทั่งจังหวะที่มันเสียจังหวะหรือกระโดดล้าถอยออกไป คุณจำเป็นจะต้องกะจังหวะในการยิงยัดล็อคเก็ตแลนเชอร์ใส่มันให้ดีหรืออาจจะกะจังหวะยิงตามเสียงของตัวละครที่ตะโกนออกมา หากทำไม่สำเร็จเจ้า Mr.X ก็จะฟื้นคืนพลังขึ้นมาอีกได้เรื่อยๆ (เรานั่งเล่นตรงนี้อยู่ตั้งนานกะจังหวะไม่ถูกสักที แถมมีรับได้ แล้วโยนกระสุนกลับใส่ได้อีก ยิงจนกระสุนหมดเกลี้ยงจนเล่นใหม่พึ่งนึกขึ้นได้ แย่จริง -*-)  หรือในช่วงการเผด็จศึกวิลเลี่ยมในร่างสุดยอดที่ไม่รู้จะเรียกว่าร่างอะไรดีบนรถไฟขณะหลบหนีออกจากแรคคูนซิตี้ เรายิงมันจนพลังหมดแล้วแต่สิ่งหนึ่งที่เราจำเป็นจะต้องทำคือพยายามสลัดมันทิ้งออกไปจากรถไฟขบวนนี้ซะ ใช่ ด้วยการทำลายตัวเชื่อมระหว่างโบกี้นั้นเสีย เจ้าวิลเลี่ยมก็พยายามปกปิดตัวเชื่อมนั้นเต็มที่ เรายิงมัน,ปาระเบิดใส่มันจนมันตัวเชื่อมนั้นเปิดออกมาพอที่จะให้เราได้เล็งยิงสลัดโบกี้นั้นได้จึงเป็นอันเสร็จพิธี


    เนื้อเรื่อง Operation Javier ที่ถูกเพิ่มเข้ามา ทำให้เรารู้จักคราวเซอร์มากขึ้น

    การดำเนินเนื้อเรื่องของเกมในภาคนี้จะเน้นอยู่ที่ 2 ตัวละครหลักคือ เลออน เอส เคเนดี้ กับ แคลร์ เรดฟิลด์ โดยเฉพาะเลออนซึ่งจะเป็นตัวเล่าเรื่องหลักและดำเนินเนื้อเรื่องสำคัญของภาคนี้ ตัวเกมจะมีทั้งฉาก CG ขั้นระหว่างการดำเนินเนื้อเรื่องและมีให้เยอะคุ้มค่ากับการดูเพราะทำออกมาได้สวยงามจริงๆ อย่างไรก็ดีผมกับรู้สึกว่าการดำเนินเนื้อเรื่องในภาค UC ผ่านการเล่าเรื่องโดยเวสเกอร์นั้นกลับทำได้ดีกว่าเสียอีก ไม่เพียงเท่านี้เนื้อหาในเกมยังถูกตัดออกไปเยอะอีกด้วย มุมมองตัวละครหลักของแต่ละตัวที่สื่อออกมาทั้งเลออน,แคลร์,สตีฟและคราวเซอร์ ทำออกมาได้ดีเพราะทั้งคู่พาร์ทเนอร์มีการพูดคุยอยู่ด้วยกันตลอดเส้นทาง แถมบทพูดที่มีในภาคนี้ก็มากกว่าในภาค UC เสียอีก  แต่น่าเสียดายตัวละครอื่นๆนอกจากนี้กลับสื่อออกมาได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร อย่างเอด้ากับเวสเกอร์ ในส่วนของเอด้านั้นไม่เป็นไรเพราะเธอมีเนื้อเรื่องแยกจากในภาพ UC อยู่แล้ว แต่ที่ผิดหวังที่สุดเลยคือบทบาทของเวสเกอร์ที่ไม่มีอะไรเลยมีโผล่ออกมาพูด 3-4 ประโยคและมีโผล่ให้เห็นหน้าอยู่ 2 ครั้งเท่านั้นในเกม
    เนื้อเรื่องในเกมจะมีอยู่ทั้งหมด 3 เนื้อเรื่อง ส่วนตัวพอใจกับเรื่องราวในภาค Code Veronica แต่ก็ผิดหวังมากเช่นกันเพราะเนื้อหาถูกตัดไปเยอะอย่างที่บอกไปและถูกนำเสนอมาอย่างรวบรัด ช่วงตอนคริสเจอกับอเล็กเซียเราก็ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างเวสเกอร์กับอเล็กเซีย , ในฉากช่วงสุดท้ายของเรื่อง เราก็ไม่ได้เห็นฉากที่เป็นไฮไลท์ประจำภาคของศึกความแค้นระหว่างหน่วย S.T.A.R.S ระหว่างเวสเกอร์กับคริส,ตอนขึ้นเครื่องบินหนีมาได้แล้วก็ไม่มีฉากให้แคลร์พูดกับคริสว่า "อย่าทิ้งหนูไว้คนเดียวอีก" นี่เป็นสิ่งที่เซงเป็ดสุดๆ  แต่ฉากตอนที่เราสู้กับสตีฟและหลังจากที่สตีฟกำลังจะสิ้นใจยังพอรับได้และน่าเสียดายที่สตีฟไม่สามารถบอก I Love You กับแคลร์ได้เต็มปากเต็มคำ ได้ยินแต่คำว่า I... ส่วนปากขยับ Love You แล้วแต่เสียงไม่ออก สิ้นใจไปเสียก่อน
    จากทั้งหมดนี้ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะไม่มีโบนัสเนื้อเรื่องพิเศษแยกย่อยไปเฉพาะบุคคลอย่างเอด้าและเวสเกอร์เหมือนในภาค UC โดยในภาคนี้มีแต่เฉพาะของคราวเซอร์เท่านั้นแถมยังเป็นฉากที่เล่นซ้ำฉากเก่าอีกตะหาก ซึ่งมันดีที่ทำให้เราได้รู้จักกับคราวเซอร์มากขึ้นเพราะในเนื้อเรื่อง Operation Javier นั้นมีเนื้อหาก่อนเหตุการณ์ตัวเกมหลักในภาค 4 โดยที่เขานั้นเป็นคู่หูของเลออนอีกทั้งเนื้อเรื่องยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับภาค Code Veronica อีกด้วย เราจะได้รู้ว่าคราวเซอร์เขามีความคิดทัศนคติอย่างไรแล้วทำไมเขาถึงไปทำงานให้กับเวสเกอร์ได้ 

 
    ชุดคอสตูมพิเศษที่สามารถปลดล็อคมาใช้ได้



My Opinion
    ค่อนข้างผิดหวัง เรารู้สึกว่าตัวเกมมีเนื้อหาที่น้อยกว่าในภาค Umbrella Chronicles แต่สิ่งหนึ่งที่ภาคที่แล้วไม่มีแต่ภาคนี้มีก็คือโบนัสพิเศษหลังจบเกมและ Archives จำนวนมากให้ปลดล็อค ตัวเกมมีโหมดลับอย่าง Tofu Mode ให้คุณได้ปลดล็อคออกมาเล่นรวมถึงชุดคอสตูมใหม่ๆของตัวละครด้วย
    เนื้อเรื่องนอกจากจะถูกนำเสนอออกมาแบบรวบรัดแล้วยังมีเนื้อหาบางส่วนที่ขัดแย้งกันเองอีกตะหาก เช่นในเนื้อหาในภาค 2 หลังจากที่หนีออกมาได้แล้ว เลออนได้เล่าเรื่องว่า เชอร์รี่อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาล ซึ่งกลับกันกับเวสเกอร์รีพอร์ทที่บอกว่าเชอร์รี่อยู่ภายใต้การควบคุมของเวสเกอร์แล้ว หรือนี่จะเป็นการเล่นตัดบทเชอร์รี่ออกซะดื้อๆของทาง Capcom รึป่าวก็ไม่รู้?  
    ที่น่าประทับใจสุดๆเลยก็คือฉากและกราฟิคในเกมที่ทำออกมาได้ดีโดยเฉพาะฉาก CG ซึ่งสวยงามน่าประทับใจมาก ดูแล้วคุณภาพดีกว่าหนังในภาค Degeneration เสียอีก ในฉากเราจะได้มีโอกาสได้หวนรำลึกไปกับสถานที่จากเหตุการณ์ในแรคคูนซิตี้,เกาะร็อคฟอร์ดและศูนย์วิจัยแอนตาร์กติกา และสถานที่ใหม่อย่างอเมริกาใต้ที่เมื่อออกมาข้างนอกเขื่อนเราจะเห็นสภาพแวดล้อมที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขา ต้นไม้เขียวขจีและท้องฟ้าแจ่มใส ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่แปลกเพราะถึงแม้ก่อนหน้านี้จะมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในป่าแต่มันก็อยู่ในป่าที่มืดมืดอึมครึมหรือแม้แต่ในภาค 5 ที่มีแสงสว่างจ้าแต่ก็มีสภาพแวดล้อมแบบทะเลทราย
    สุดท้ายนี้สำหรับแฟนๆชาวไบโอทั้งหลายที่ไม่มีเครื่อง Wii ก็ไม่จำเป็นต้องเสียใจไปหากคุณไม่สนใจกับระบบรูปแบบการเล่นแบบนี้ แค่หา CG มาดูกับหาอ่านเนื้อหาใหม่ Operation Javier ที่เพิ่มเข้ามานิดหน่อยก็เพียงพอแล้วล่ะ
    สุดท้ายอีกที แคลร์สวยน่ารั้กมากๆๆเลย



 

Comment

Comment:

Tweet

เพิ่งจบไปวันก่อนครับ โดยรวมแล้วก็พอไหวนะ

ส่วนที่ชอบ คือเรื่องของการนำเสนอ ที่ใช้การเล่าเรื่องจากลีออน เพื่อตัดบทไปยังเหตุการณ์ภาคก่อนๆได้อย่างเนียนๆ

มุมกล้องแบบบุคคลที่หนึ่ง ที่ใช้การถ่ายทอดจากสายตาตัวละครก็ดี ตอนแรกผมเซ็งมาก ว่ามันปวดหัวสุดๆ ตัวละครจะล้ม จะส่ายหน้าซ้ายขวาที มึนส์มาก...แต่หลังๆพอเริ่มชิน ก็รู้สึกว่า มันได้อารมณ์ร่วมดีมากกว่าการแช่กล้องนิ่งๆแบบภาคก่อน เหมือนเราเป็นลีออน วิ่งวุ่นอยู่ในเมืองจริงๆ ^^ ยิ่งตอนสู้กับบอสนี่ ระทึกดีครับ

หลายๆฉากเด็ดก็เสียดายเหมือนกันที่โดนตัดทิ้งไป สงสัยรสนิยม กับการตีความเหตุการณ์สำคัญของเรากับคนเขียนบท จะมองคนละทางกันมั๊ง ^^"



ส่วนเรื่องที่เนื้อหาขาดๆหายๆ คลาดๆเคลื่อนๆ........ก็อาจจะพอแถได้ว่า....มันเป็นเรื่องเล่าจากปากเลออน...คงมีการหลงลืม ใส่ไข่ แต่งเติม ตัดแต่ง และทำให้ตัวเองดูดีมากขึ้นมั๊งครับ ฮา

#6 By Zieghart on 2009-12-13 09:18

ถูกต้องแล้วครับ การที่ใช้ชื่อเกมว่า Darkside เพราะตัวเกมในภาคนี้เป็นภาคที่มีการเปิดเผยสาเหตุ,ความลับต่างๆที่ถูกซ่อนอยู่หรือยังไม่มีการเอ่ยถึงออกมาให้ทราบกัน อีกทั้งยังมีเรื่องราวที่เข้มข้นของตัวเกมในภาค 2 อย่างความสัมพันธ์ของเลออนกับเอด้า , ครอบครัวที่แตกร้าวของเบอร์กิ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางผู้พัฒนาต้องการจะสื่อออกมาในตัวเกมภาคนี้

#5 By pornoak on 2009-12-13 04:06

อ้อ.....พอเข้าใจล่ะ

แต่ภาคนี้โดนด่าอีกเรื่องคือบุคลิกนิสัยตัวละครเปลี่ยนๆไปเยอะมาก

สมแล้วกับชื่อภาค"Darkside Chronicles" confused smile

#4 By Rirera on 2009-12-13 03:39

แหม เล่าซะอยากเล่นเลย
แต่เกมนี้ดีนะคะ

เลออนยิ่งเล่นพี่แกยิ่งหล่อ ส่วนแคลร์นั่นไม่ต้องพูดถึง
น่าัรักขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ ค่ะ
ถ้ามีถึงภาค 10 สงสัยไปออกโซโล่อัลบั้มแข่งกะยูน่า FF เลยเหอะ

#3 By uregus on 2009-12-13 01:44

ไม่นะ ไทม์ไลน์ยังคงอิงจากเดิมอยู่นะครับ เพียงแต่ว่าการดำเนินเนื้อหาในตัวเกม darkside นี้ จะสลับสับเปลี่ยนกันไปมาระหว่าง javier กับเหตุการ์ณในภาค 2 กับ code veronica และสุดท้ายไปจบที่ javier เพราะตัวเกมใช้เลออนเป็นตัวเล่าเรื่องราวครับ

จะงงอยู่ก็ตรงที่เชอร์รี่ที่ไปอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลเท่านั้นแหละ ตอนนี้

#2 By pornoak on 2009-12-13 01:40

ยังไม่ได้ลองเล่นต่อเลย เพราะช่วงแรกที่ได้เกมนี้มา emu ในช่วงนันไม่สมบูรณ์เล่นแล้วจะค้างตลอด แต่พอ emu Ver. ออกมารู้สึกว่าจะเล่นได้แล้ว(อย่างน้อยก็ไม่ค้างที่เดิม)

จะว่าไปผมไม่ค่อยเกมแนวนี้อยู่แล้ว(ตั้งแต่สมัย Gun Survival ล่ะ) แต่ก็ต้องยอมรับว่า CG สวยจริงๆนั่นแหละ

เห็นมีคนบอกว่า timeline ของภาคนี้บิดเบือนของจริงไปหมด เหมือนๆเขียนขึ้นมาใหม่แบบไม่สนใจต้นฉบับเดิมของชินจิ มันจริงแค่ไหนหรอครับ? embarrassed

ปล.มานูเอล่าโมเอ้!!

#1 By Rirera on 2009-12-13 01:35