Mega Monster Battle: Ultra Galaxy Legend The Movie / Daikaijû Batoru: Urutora Ginga Densetsu - The Movie


Production : Tsuburaya Productions / WARNER BROS. PICTURES
Director: Koichi Sakamoto
Writer: Keiichi Hasegawa
Runtime: 1 ชั่วโมง 36 นาที
Language: Japanese
Country: Japan
Release Date: 12 ธันวาคม 2009
Official Site : http://www.ultra-legend.com/

    เรื่องราวของหนังจะเริ่มต้นที่การต่อสู้ของอุลตร้าแมนเมบิอุสกับสัตว์ประหลาดเบมิวล่า (Bemular) ที่ดวงดาวแห่งหนึ่ง หลังจากที่เมบิอุสกำจัดเบมิวล่าได้แล้ว ก็เทเลพอร์ทกลับไปยังดาว M78 เพื่อรายงานเหตุการณ์ให้กับผู้บังคับบัญชา ในฉากนี้เราจะได้เห็นสภาพแวดล้อมทั้งหมดของดาวอุลตร้าบ้านเกิดของเหล่ายอดมนุษย์ที่มีเหล่าอัศวินอุลตร้ามากมายกำลังฝึกซ้อมการต่อสู้โดยมีอุลตร้าแมนทาโร่ซึ่งเป็นอาจารย์ระดับสูงของหน่วยทหารรักษาการณ์คอยดูแล เมบิอุสมุ่งหน้าไปยังกองบัญชาการและพูดคุยกับ โซฟี่,อุลตร้าแมนและอุลตร้าเซเว่นเกี่ยวกับเหตุการณ์ในช่วงนี้ที่มีสัตว์ประหลาดปรากฏตัวขึ้นมาบ่อยมากขึ้นและสงสัยว่าจะมีใครบางคนบงการ ในขณะที่กำลังพูดคุยกัน เจ้าพ่อกับเจ้าแม่อุลตร้าก็ปรากฏตัวออกมาพร้อมเตือนให้ทุกคนระวังตัว
    ในช่วงเวลาเดียวกัน ณ ที่คุมขัง อัศวินอุลตร้าคนหนึ่งที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายคลึงกับอุลตร้าแมนซึ่งในมือได้ถือ Giga Battle Nizer ได้บินไปยังคุกและได้พบกับการ์ดอุลตร้า 2 คนที่คอยดูแลอยู่ แต่กว่าทั้งคู่จะรู้ตัวว่าอัศวินอุลตร้าที่พวกเขาเห็นนั้นเป็นตัวปลอมพวกเขาก็ถูกโจมตีด้วยอาวุธ Giga Battle Nizer กระเด็นลอยออกไป ประตูทางเข้าคุกได้พังทลายลง อุลตร้าแมนตัวปลอมได้เผยร่างจริงออกมาที่แท้มันก็คือ เอเลี่ยนซาเรบ (Zarab) นั่นเอง  เอเลี่ยนซาเลบได้ปลดปล่อยอุลตร้าแมนเบริอัลออกจากที่คุมขังพร้อมคืน Giga Battle Nizer ให้และบอกกับเบริอัลว่าให้มาครอบครองจักรวาลนี้พร้อมกับตน แต่เบริอัลกลับฆ่าเอเลี่ยนซาเรบ  ทันใดนั้นอุลตร้าแมนทาโร่และเหล่านักรบอุลตร้าฝึกหัดจำนวนหนึ่งก็ปรากฏตัวเพื่อที่จะหยุดยั้งเบริอัล ทาโร่ส่งสัญญาณอุลตร้าเพื่อเตือนให้กับพี่น้องอุลตร้าคนอื่นได้รับรู้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าพ่ออุลตร้าซึ่งได้รับทราบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วได้บอกกับโซฟี่,อุลตร้าแมน,อุลตร้าเซเว่นและเมบิอุสว่าเบริอัลมีเป้าหมายที่จะชิงพลาสมา สปาร์ค (Plasma Spark) และบอกให้ทุกคนปกป้องไว้ให้ได้

 


    กลับไปที่คุกอวกาศ เบริอัลสามารถจัดการกับนักรบอุลตร้าฝึกหัดลงได้อย่างง่ายดาย และได้เข้าต่อสู้กับทาโร่จนกลับลงมายังดาว M78 ซึ่งมีเหล่าอัศวินอุลตร้าเตรียมรับมืออยู่แล้ว ทาโร่พ่ายแพ้ให้กับเบริอัลนักรบอุลตร้าคนอื่นๆก็ไม่สามารถอะไรเบริอัลได้ แถมเมบิอุสยังโดนเบริอัลโจมตีกระเด็นเสียจนกระเด็นออกจากดาวไปอีก  โซฟี่,อุลตร้าแมนและอุลตร้าเซเว่นก็ได้มุ่งเข้ามาสมทบแต่ทั้ง 3 คนก็พ่ายแพ้ให้กับเบริอัลเช่นกัน เบริอัลบุกไปจนถึงหอคอยพลาสมาสปาร์ค (Plasma Spark Tower) โดยมีอุลตร้าแมนเอซ,อุลตร้าแมนแจ็คและอุลตร้าแมน 80 มาขัดขวางแต่ก็ยังไม่สามารถที่จะหยุดความแข็งแกร่งของเบริอัลไว้ได้ จนถึงชั้นบนสุดของหอคอย  แม้แต่เจ้าพ่ออุลตร้าก็พ่ายแพ้ให้กับเบริอัลอีกเช่นกัน เบริอัลเตรียมใช้พลังยิงบีมใส่เจ้าพ่ออุลตร้ากับเจ้าแม่อุลตร้า แต่ทาโร่ก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งและปกป้องพ่อแม่เขาไว้ได้ ทาโร่บาดเจ็บสาหัสอุลตร้าเจ้าแม่ลุกขึ้นต่อสู้กับเบริอัลแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้  ทั้ง 3 คนทำได้แต่เพียงมองดูเบริอัลแย่งชิง Plasma Spark ไปด้วยความสิ้นหวัง และเมื่อดาวอุลตร้าปราศจาก Plasma Spark  ดาวอุลตร้าก็เริ่มกลายสภาพเป็นน้ำแข็งและแช่แข็งเหล่านักรบอุลตร้าทุกคน ยกเว้นอุลตร้าแมนและอุลตร้าเซเว่นที่สามารถสร้างเกราะป้องกันตัวเองมาได้ทันเวลา

 


    ในชั้นบนสุดของหอคอยพลาสมาสปาร์ค ยังมีแสงสว่างเล็กๆจำนวนหนึ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ และเจ้าแม่อุลตร้าบอกว่า แสงนี้จะช่วยคุ้มครองไม่ให้ดาวดวงนี้ถูกทำลาย  ทาโร่ได้ใช้ร่างของเขาเพื่อที่จะปกป้องแสงสว่างนั้นไว้ก่อนที่เจ้าพ่อกับเจ้าแม่อุลตร้าจะถูกแช่แข็งตามกันไปด้วยความหวังจากแสงที่ยังหลงเหลืออยู่นี้จะสามารถนำความสงบสุขกลับคืนมาได้  เบริอัลได้เดินทางไปยังสุสานสัตว์ประหลาดและใช้พลังงานจากพลาสมาสปาร์คเพื่อที่จะฟื้นคืนกองทัพสัตว์ประหลาดของเขา อุลตร้าแมนเมบิอุสซึ่งได้กลับมายังดาว M78 แทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เขาเห็น เขาได้รับการติดต่อทางโทรจิตจากอุลตร้าแมนและอุลตร้าเซเว่นที่มีพลังเหลือน้อยเต็มที โดยทั้ง 2 ได้บอกว่าเบริอัลได้ขโมยพลาสมาสปาร์คไป แต่ยังคงมีความหวังอยู่จาก Reionyx  ในฟอร์มของร่างมนุษย์ที่ชื่อเรย์ (Rei) ที่จะสามารถช่วยพวกเขาได้และจึงบอกให้เมบิอุสไปหาเรย์ให้เจอ



    ณ ที่ดาวแห่งหนึ่ง เรย์และลูกทีมในยาน Space Pendragon ได้นำยานลงจอดลงในดาวที่มีสภาพคล้ายกับโลกมนุษย์ พวกเขาถูกโจมตีจากสัตว์ประหลาด Zaragas  เรย์จึงเรียกมอนสเตอร์ Gomora ออกมาต่อสู้ และหลังจากกำจัด Zaragas ลงได้ เมบิอุสก็ปรากฏตัวและหายไปกับเรย์ท่ามกลางความมึนงงของสมาชิกใน Space Pendragon  ในพื้นที่ที่มีแต่แสงสว่าง เรย์ได้พบกับเมบิอุสที่ได้คืนร่างเป็นมิราอิ (Mirai)  มิราอิ อธิบายทุกๆอย่างให้เรย์ฟังตั้งแต่จุดเริ่มต้นของดาว M78 ที่ประชากรได้รับการอาบรังสีจนกลายเป็นอุลตร้าแมนด้วยพลังของพลาสมาสปาร์ค และเล่าถึงอุลตร้าคนหนึ่งที่ต้องการจะได้พลังของพลาสมาสปาร์คแต่ก็ได้รับบาดเจ็บหลังจากพยายามที่จะเอามัน  นักรบอุลตร้าดังกล่าวจึงถูกเนรเทศออกจากดาวและได้พบกับเรย์บลัด (Reiblood) ซึ่งได้รวมร่างกันจนกลายเป็นเบริอัล  เบริอัลกลับมายังดาว M78พร้อมกับกองทัพสัตว์ประหลาดเพื่อหวังที่จะขโมยพลาสมาสปาร์ค แต่ความต้องการของเขาก็ถูกอุลตร้าแมนคิงส์หยุดยั้งไว้และถูกกักขังไว้ในคุก
    หลังจากมิราอิอธิบายเหตุการณ์ทุกอย่างให้กับเรย์ฟัง มิราอิก็ขอความช่วยเหลือจากเรย์ซึ่งเรย์เองก็ยินดีจะช่วย เมื่อถึงดาว M78 ทั้งคู่ถูกโจมตีจากเอเลี่ยน Shaplay และสัตว์ประหลาดอีก 3 ตัว  แต่ก็ได้อุลตร้าแมนและอุลตร้าเซเว่นที่อยู่ในร่างมนุษย์ช่วยไว้  อุลตร้าแมนบอกว่าทาโร่ได้คุ้มครองแสงสว่างดวงสุดท้ายเอาไว้และสามารถที่จะใช้มันทำให้ทั้ง 3 คืนร่างเป็นอุลตร้าแมนได้อีกครั้ง ในช่วงเวลานี้ ฮายาตะ (Hayata) อุลตร้าแมนในร่างมนุษย์ก็ได้ถามกับ แดน (อุลตร้าเซเว่นในร่างมนุษย์) ว่าจะเรียก 'เขา' กลับมาหรือไม่ แต่แดนกลับเซย์โนเพราะว่าเขายังไม่พร้อม เรย์จึงสงสัยว่า 'เขา' ที่พูดถึงอยู่นี่เป็นใครกัน ฮายาตะจึงบอกว่าเขาคืออุลตร้าแมนอีกคนหนึ่งที่พยายามจะเอาพลังของพลาสมาสปาร์ค แต่ก็ถูกอุลตร้าเซเว่นขัดขวางไว้และถูกส่งตัวออกมาเพราะว่าเขาไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของการเป็น อัศวินอุลตร้า

 


    บนดวงดาวอีกแห่งหนึ่ง ดาว K76 อุลตร้าแมนเลโอกำลังฝึกซ้อมการต่อสู้ให้กับนักรบใส่ชุดเกราะปริศนาโดยมีอุลตร้าแมนคิงส์และแอสตร้าคอยจับตาดูอยู่  ในระหว่างการต่อสู้ นักรบดังกล่าวก็กระเด็นไปกระแทกกับภูเขา และได้พบกับ ปิกมอน (Pigmon)  ทั้ง 2 เป็นเพื่อนกัน นักรบปริศนาได้บอกกับ Pigmon ว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยและให้รีบไปจากที่นี่  หลังจาก Pigmon กลับไปแล้ว นักรบปริศนาก็เข้าต่อสู้กับเลโอต่อ กลับมาที่ดาว M78  ทั้ง 4 คนได้เดินทางมาถึงหอคอยพลาสมาสปาร์ค แต่ก็ถูกโจมตีโดยเอเลี่ยน Shaplay และ Black King  เรย์บอกให้ทั้ง 3 คนไปนำพลังกลับคืนมาก่อน ส่วนเขาจะจัดการตรงนี้เองโดยเรย์ก็ได้เรียก Gomora ออกมาต่อสู้กับ Black King
    ทั้ง 3 คนขึ้นไปถึงชั้นบนสุดของหอคอยแต่ก็ถูกเอเลี่ยน Shaplay ขัดขวางอีกครั้ง ครั้งนี้ทั้ง 3 คนสามารถจะจัดการเอเลี่ยน Shaplay ลงได้และได้รับพลังงานจากแสงสว่างที่อุลตร้าแมนทาโร่ปกป้องไว้  ทาโร่ใช้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายบอกกับทั้ง 3 คนว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพวกเขาแล้ว  ทั้ง 3 คนแปลงร่างเป็นอุลตร้าแมนและกำจัด Black King ลงได้  นักรบทั้ง 4 คนจึงเดินทางออกจากดาวเพื่อไปยังสุสานสัตว์ประหลาดเพื่อการต่อสู้ครั้งสุดท้าย


 

    ณ ที่สุสานสัตว์ประหลาด เบริอัลได้ยื่นข้อเสนอให้เรย์มาร่วมอุดมการณ์กับเขาเพราะทั้งคู่ก็เป็นพี่น้องเผ่า Reionyx เหมือนกัน แต่เรย์ปฏิเสธโดยบอกว่าเขาไม่เหมือนกับเบริอัล  เบริอัลจึงเรียกกองทัพสัตว์ประหลาด 100 ตัวของเขาออกมาเผชิญหน้ากับนักรบทั้ง 4  ซึ่งได้แบ่งออกเป็น 2 ทีม โดยอุลตร้าแมนกับอุลตร้าเซเว่นจะคอยจัดการสัตว์ประหลาด ส่วนเมบิอุสและโกโมร่าให้พยายามนำพลาสม่าสปาร์คกลับคืนมา
    ในขณะเดียวกัน ลูกทีมในยาน Pendragon ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าเมบิอุสนำตัวเรย์ไปยังดาว M78 ก็ถูกโจมตีโดยมังกรอวกาศ Narse และเอเลี่ยนเซ็ตตอน (Zetton) ก็ปรากฏตัวออกมาโดยบอกว่าเรย์และพวกอุลตร้าแมนกำลังต่อสู้กับเบริอัล ในช่วงนี้ก็มีมนุษย์คนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นและกำจัดเอเลี่ยนเซ็ตตอนลง เขาคือ ชิน อาซึกะ(Shin Asuka) ซึ่งเขาได้บอกกับลูกทีม Pendragon ว่าเขาคืออุลตร้าแมนไดน่า อาซึกะตกลงจะช่วยนำลูกทีม Pendragon ไปยังสุสานสัตว์ประหลาดและแปลงร่างเป็นอุลตร้าแมนไดน่าเพื่อกำจัด Narse
    ที่สุสานสัตว์ประหลาด เรย์ซึ่งถูกโจมตีโดยเอเลี่ยนกลุ่มหนึ่งจึงได้แปลงร่างเป็นเรย์มอน (Reimon)  เบริอัลซึ่งคอยจับตาดูการต่อสู้อยู่ข้างๆเห็นว่าสถานการณ์เริ่มที่จะไม่เป็นไปตามแผนการณ์ของเขา จึงโจมตีใส่อุลตร้าแมนทั้ง 3 คนด้วย Giga battle nizer รวมถึงเรย์มอนด้วยลำแสงพลังงานลบทำให้เรย์มอนกลายร่างเป็น Burst mode รวมถึง Gomora ก็กลายร่างเป็น Reionic Burst mode  เรย์มอนได้สั่งให้ Gomora โจมตีใส่นักรบอุลตร้า เบริอัลจึงสั่งให้มอนสเตอร์ของเขาถอยกลับมาและคอยดูการต่อสู้ที่ห้ำหั่นกันเอง นักรบอุลตร้าทั้ง 3 คนพยายามที่จะหยุดโกโมร่าเอาไว้แต่ก็ไม่เป็นผล อุลตร้าเซเว่นบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีด้วยท่าสุดยอดของโกโมร่า  ทันใดนั้นอุลตร้าแมนไดน่าพร้อมกับยาน Pendragon ก็เดินทางมาถึง และไดน่าก็ได้เข้าต่อสู้กับเบริอัลขณะที่ลูกทีมของ Pendragon ก็พยายามที่จะทำให้เรย์กลับมาเป็นปกติ และด้วยพลังหมัดของหัวหน้าทีม Pendragon ทำให้เรย์คืนสภาพเดิมและเรียกโกโมร่ากลับมา
    เบริอัลเห็นดังนั้นจึงยิงลำแสงใส่ แต่อุลตร้าเซเว่นก็ใช้ร่างของตนรับลำแสงแทนไว้อีก เบริอัลสั่งให้มอนสเตอร์ของเขาจัดการฆ่าเซเว่นเสีย หลังจากที่ใช้พลังเฮือกสุดท้ายของเขาไปกับการกำจัด King Silvergon และ King Goldras  อุลตร้าเซเว่นก็หมดหนทางอื่นที่จะต่อกรด้วยแล้ว เขาจึงขว้างอาวุธสุดท้ายของเขา อายสลัคเกอร์ (Eye Slugger) ด้วยความหวังที่จะให้มันไปถึงจุดหมายปลายทางที่ต้องการ  ขณะเดียวกันการต่อสู้ระหว่างเลโอกับนักรบชุดเกราะยังคงดำเนินต่อไป นักรบปริศนาเหวี่ยงเลโอไปกระทบกับภูเขา ทำให้ภูเขาพังทลายลง ทันใดนั้นนักรบปริศนาก็รีบพุ่งตัวเข้าไปขวางภูเขาที่กำลังถล่มลงมาสร้างความประหลาดใจให้กับเลโอ,แอสตร้าและคิงส์  และเมื่อเข้าไปใกล้ๆก็เผยให้รู้ว่านักรบชุดเกราะพยายามที่จะคุ้มครอง Pigmon จากภูเขาที่ถล่มลงมา หลังจากช่วย Pigmon ไว้ได้  นักรบชุดเกราะก็ต้องการที่จะสู้กับเลโอต่อ แต่เลโอก็เดินเข้ามาถามเขาและอธิบายว่านี่คือความหมายของการเป็น อัศวินอุลตร้า
    (จากการต่อสู้ระหว่างเลโอกับนักรบชุดเกราะซึ่งนั่นก็คืออุลตร้าแมนเซโร่ ทำให้เรารู้ว่าเป้าหมายไม่ได้มีเพียงต้องการที่จะฝึกฝนให้เซโร่แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังต้องการที่จะสอนให้เซโร่ที่รู้ซึ้งถึงการเป็นอัศวินอุลตร้าที่ต้องปกป้องผู้อื่น เพราะถ้าหากเขาไม่เข้าใจ ถึงแม้เขาจะเก่งกาจเพียงใด เขาก็ยังไม่สามารถปกป้องผู้อื่นได้ นับว่าคนเขียนบทนี้เลือกคู่อาจารย์กับศิษย์ได้เข้ากันอย่างดีเลยทีเดียว เพราะเลโอในอดีตเขาก็เคยเผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนี้มาแล้วที่เข้าต่อสู้กับสัตว์ประหลาดด้วยความโกรธแค้นทั้งๆที่ควรจะปกป้องเพื่อนมนุษย์และบ้านเกิดของเขา และนั่นก็เป็นสิ่งที่เลโอใช้เป็นแรงกระตุ้น แรงผลักดัน ความรู้สึกที่อยากจะปกป้องบ้านหลังที่ 2 คือโลกมนุษย์เอาไว้นั่นเอง)



    อุลตร้าแมนคิงส์เปิดเผยความจริงว่า นักรบชุดเกราะที่แท้จริงคืออัศวินอุลตร้าที่เคยจะหยิบฉวยพลังจากพลาสมาสปาร์ค แต่โดนเซเว่นหยุดยั้งไว้ สิ่งที่นักรบชุดเกราะกระทำเพื่อปกป้อง Pigmon ก็เหมือนกับที่เซเว่นเคยปกป้องนักรบอุลตร้าคนนี้ เพราะถ้าเซเว่นไม่หยุดยั้งเอาไว้ นักรบคนนี้ก็จะกลายเป็นเบริอัลคนที่สอง
    อาย สลัคเกอร์ของอุลตร้าเซเว่น บินร่อนไปจนถึงจุดหมายปลายทางอย่างที่เขาตั้งใจไว้ นั่นก็ดาว K76  คิงส์หยิบอายสลักเกอร์ขึ้นมาและอ่านออกว่า เบริอัลกลับออกมาจากที่คุมขังแล้ว คิงส์จึงสั่งให้นักรบชุดเกราะออกไปช่วยเหลือเซเว่นผู้เป็นพ่อ ทำให้นักรบชุดเกราะสับสนกับการที่ได้รู้ว่า เซเว่นเป็นพ่อของตนเอง คิงส์บอกว่าถึงเวลาแล้วที่จะถอดชุดเกราะออกแล้วเรียกชื่อ "อุลตร้าแมนเซโร่" นักรบชุดเกราะถอดชุดเกราะของตนออก เปิดเผยร่างที่แท้จริงของ อุลตร้าแมนเซโร่ และออกเดินทางสู่สุสานสัตว์ประหลาด

    เหตุการณ์ตัดกลับมาที่สุสานสัตว์ประหลาด เรย์โทษตนเองที่ทำให้เซเว่นได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่หัวหน้าทีม Zap Spacy บอกว่าไม่ได้เป็นความผิดของเรย์ สถานการณ์ตอนนี้ตกอยู่ในมือของเบริอัล แทบทั้งหมด อุลตร้าแมนและเมบิอุส ต่างก็ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับเบริอัล ส่วนไดน่าโดนเหล่าสัตว์ประหลาดรุมจนแทบหมดแรง  เบริอัลตัดสินใจกำจัดอุลตร้าแมนที่มีสภาพย่ำแย่ที่สุดตอนนี้ซึ่งก็คือเซเว่น เบริอัลจึงสั่งให้เหล่าสัตว์ประหลาดฆ่าเซเว่นทิ้ง เซเว่นตอนนี้ที่นอนสลบไม่อยู่ในสภาพที่จะต่อสู้ได้อีกแล้วได้แต่รอให้เหล่าสัตว์ประหลาดมุ่งหน้าเข้ามาปลิดชีวิต แต่แล้วก็มีลำแสงพุ่งเข้าใส่สัตว์ประหลาดและทำลายพวกมันไปหลายตัวรวมทั้งสัตว์ประหลาดที่ต่อสู้กับไดน่าอยู่ด้วย
    นักรบผู้นี้แบกเซเว่นขึ้นไปบนเขา อุลตร้าแมนเมื่อได้เห็นนักรบอุลตร้าผู้นี้ถึงกับออกปากว่า...ในที่สุด "เขา" ก็มาถึง นักรบผู้นี้ได้ยื่นอายสลักเกอร์ใส่มือของเซเว่น เซเว่นเริ่มฟื้นคืนสติและดีใจที่นักรบคนนี้มาสมทบ เมื่อนักรบผู้นี้เรียกเซเว่นว่า "พ่อ" เซเว่นดูเหมือนกำลังจะหมดลมหายใจ  เบริอัลตะคอกถามชื่อนักรบอุลตร้าผู้นี้ซึ่งเขาเรียกตัวเองว่า อุลตร้าแมนเซโร่ ลูกชายของอุลตร้าเซเว่น เบริอัลบอกว่า เซโร่จะพบกับวาระสุดท้ายเหมือนพ่อของเขาแล้วสั่งการให้เหล่าสัตว์ประหลาดเข้าจัดการกับเซโร่ เซโร่จัดการกับเหล่าสัตว์ประหลาดด้วยอาวุธและท่าไม้ตายที่คล้ายๆกับพ่อของเขาเช่น เซโร่สลักเกอร์ เอเมเรี่ยมสแลช และ ไวด์เซโร่ช็อต เซโร่กำจัดสัตว์ประหลาดที่เหลือแล้วประจันหน้ากับเบริแล เมื่อสู้กันไปได้สักพัก เซโร่ทำให้ Giga Battle Nizer หลุดออกจากมือของเบริอัล แล้วใช้ท่าไม้ตายทำให้เบริอัลตกลงไปในธารลาวา  Oki สมาชิกทีม Zap Spacy ถึงกับออกปากว่านี่คืออุลตร้าแมนที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา
    เลโอและแอสตร้าตามมาถึงที่สุสานสัตว์ประหลาด แล้วเข้าตรวจดูสภาพของเหล่าพวกอุลตร้าแมนและแสดงความยินดีกับเซโร่ เลโอบอกให้เซโร่เอาพลาสมาสปาร์คกลับไปยังดาว M78 แต่เมื่อเซโร่กำลังจะหยิบพลาสมาสปาร์คก็เกิดแผ่นดินไหว แล้วเหล่าอัศวินอุลตร้าก็ได้เห็นวิญญาณสัตว์ประหลาดที่ตายจากการต่อสู้พุ่ง เข้าไปในธารลาวา แล้วก็มีสัตว์ประหลาดขนาดมหึมาผุดขึ้นมาจากธารลาวา เจ้าตัวนี้มีชื่อว่า Beryudora ซึ่งเกิดจากการรวมร่างของเบริอัลเข้ากับวิญญาณสัตว์ประหลาด 100 ตัว นักรบอุลตร้าที่ยังเหลืออยู่ทั้ง 6 คน อุลตร้าแมน,อุลตร้าแมนเมบิอุส,อุลตร้าแมนเซโร่,อุลตร้าแมนเลโอ,แอสตร้าและอุลตร้าแมนไดน่า จึงเข้าต่อสู้กับสัตว์ประหลาดร่างยักษ์ด้วยพลังทั้งหมดของพวกเขา

    เรย์เรียกเอ็กซ์โกโมร่า ออกมาช่วย เลโอ,แอสตร้า,ไดน่า,เซโร่ และยาน Pendragon สู้กับ Beryudora แต่ดูเหมือนจะทำอะไรเจ้า Beryudora ไม่ได้ แถมยังโดน Beryudora ปล่อยลำแสงออกมามากมายจนหลบหลีกแทบไม่ทัน เรย์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ Giga Battle Nizer เรย์นึกขึ้นมาได้ว่าตนเองก็เป็น Reionyx ที่สามารถใช้ Giga Battle Nizer  ควบคุมสัตว์ประหลาดได้จึงหยิบ Giga Battle Nizer ขึ้นมาลองใช้งานและก็ได้ผล! เบริอัลไม่สามารถจะควบคุมสัตว์ประหลาดที่รวมร่างกันอยู่ได้ เป็นเหตุให้มันไม่สามารถจะขยับตัวไปไหนได้ ส่วนเซโร่ยืนอยู่ใกล้ๆกับพลาสมาสปาร์ค และดูเหมือนว่าพลาสมาสปาร์ค จะมีปฏิกิริยากับเซโร่ ทำให้เหล่าอัศวินอุลตร้าแนะนำให้เซโร่ใช้มัน พลังงานจากพลาสมาสปาร์คไหลเข้าไปในร่างของเซโร่ในขณะที่อัศวินอุลตร้าและเอ็กซ์โกโมร่าเข้าโจมตี Beryudora
    เมื่อพลังงานไหลเข้าร่างเซโร่จนเต็มเปี่ยม เซโร่ใช้ทวินสลักเกอร์ประสานเป็นเซโร่ทวินซอร์ด (ดาบคู่) เหาะขึ้นไปบนหัวของ Beryudora แล้วฟันเข้าที่ตัวเบริอัลที่อยู่บนหัวที่น่าจะฆ่าเบริอัลลงได้ ทำให้ Beryudora ถูกทำลายไปในขณะเดียวกันที่โดนการโจมตีของพวกอุลตร้าแมน,เอ็กซ์โกโมร่าและยาน Pengragon  เมื่อเหล่าสัตว์ประหลาดถูกทำลายหมด Giga Battle Nizer ก็สลายไปด้วย
    เซโร่นำพลาสมาสปาร์คกลับไปที่ดาว M78 แล้ววางไว้ที่หอคอยพลาสมาสปาร์คเช่นเดิมทำให้ดาวทั้งดวงกลับคืนสู่สภาพดังเดิม ทีม Zap Spacy นำยาน Pendragon มาถึงต่างตะลึงกับความงามของดาว สมาชิกทีม Zap Spacy อยากจะทำการสำรวจดาว แต่ถูกฮายาตะ,อะซึกะและเรย์ห้ามไว้ โดยบอกว่าดาวดวงนี้ได้รับการปกป้องจากรังสีของพลาสมาสปาร์คที่เปรียบเสมือนเกราะ ทั้งหมดจะออกไปนอกเกราะไม่ได้ หัวหน้าทีมบอกว่าถึงเวลาที่จะเดินทางต่อซึ่งอะซึกะขอเดินทางตามไปด้วยเพราะเขากำลังอยู่ในระหว่างเดินทางเช่นกัน ฮายาตะจับมืออำลากับหัวหน้าซึ่งทั้งคู่ต่างกล่าวคำขอบคุณซึ่งกันและกัน  เหล่าชาวอุลตร้าพากันไปรวมตัวที่ใจกลางเมืองเพื่อฟังคำกล่าวปราศัยของอุลตร้าแมนคิงส์ แต่เซโร่ไม่อยากเข้าไปด้วยเพราะเขารู้สึกว่าเขาอยู่เพียงลำพังทันใดนั้นก็เท้าคู่สีแดงที่มองดูคุ้นๆก็เดินเข้ามาด้านหลังของเซโร่ เซโร่หันหลังมาเห็นเซเว่นผู้เป็นพ่อของตน เซเว่นบอกว่าเซโร่เป็นลูกของตนและได้ทำความดีอย่างใหญ่หลวงเอาไว้ เซเว่นและเซโร่เข้าสวมกอดซึ่งกันและกันที่ใจกลางเมือง อุลตร้าแมนคิงส์ปรากฏตัวและกล่าวว่าเหล่าอุลตร้าเพิ่งผ่านเหตุการณ์อันเลวร้ายมาได้แต่ภยันตรายจะมีขึ้นอีกในอนาคต แต่ถ้าทุกคนร่วมมือร่วมใจกันก็จะสามารถผ่านพ้นภัยใดๆไปได้ เพื่อทำหน้าที่ปกป้องแกแล็คซี่ เหล่าชาวอุลตร้าต่างปรบมือให้กับคำปราศัยและเริ่มการเฉลิมฉลอง  แต่ ณ. สถานที่ที่ไม่ระบุ ร่างของเบริอัลทอดกายอยู่แน่นิ่งแต่เมื่อซูมเข้าไป..ตาของมันกลับมีแสงสว่างขึ้นมา...มันยังไม่ตาย...


 

 

 

source : แปลและเรียบเรียงใหม่ จาก wikipedia ,thank kabuto555
        : ขอบคุณข้อมูลจากพี่ booska มากๆ

 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณสำหรับเรื่องย่อนะครับ เเล้วก็สวัสดีปีใหม่ครับconfused smile

#1 By gg on 2009-12-30 02:45