FreeStyle

ผม นาย พรสรร วุฒิเจนประเสริฐ นักศึกษา มหาวิทยาลัยรังสิต ปี1 คณะ เทคโนโลยีสารสนเทศ สาขา คอมพิวเตอร์เกมมัลติมีเดีย ได้มีโอกาสไปศึกษาดูงาน ณ กรุงโตเกียว ประเทศ ญี่ปุ่น จึงได้เขียนบันทึกนี่เก็บไว้เพื่อระลึกความทรงจำและบรรยายบรรยากาศที่ญี่ปุ่นให้เพื่อนๆที่ยังไม่เคยไป ได้มีโอกาสเห็นภาพกันครับ

วันที่ 1 วันพุธที่ 19 กันยายน 2550 สุวรรณภูมิ

พวกเราพร้อมเพรียงกัน ณ สนามบิน สุวรรณภูมิ เวลา 21.00 โดยทั้งคณะ อาจารย์ นักศึกษา รวมทั้งสิ้น 55 คน ผมได้มาที่สนามบินนี่ครั้งแรก มันดูใหญ่โตและหรูหราสวยงามมากๆ สมแล้วที่เป็นสนามบินระดับชาติ การเข้าเช็คอินก็ไม่มีปัญหาใดๆ พวกเราตัดสินใจจะเดินเข้าไปเดินเที่ยวข้างใน Duty free เลยในขณะที่เหลือเวลาอีกเกือบ 2 ชั่วโมง อาหารที่สนามบินราคาค่อนข้างแพงตามปกติ เพื่อนบอกว่า สินค้าในนี้ปลอดภาษีแต่ชิบหาย แพงโคตรๆ ขนมถุงนึงเกือบ 100 บาท ผมรู้สึกหิว แต่เห็นราคาก็อิ่มแล้วครับ เลยคิดว่ากะจะทนไปกินบนเครื่องเลยน่าจะดี ส่วนเพื่อนๆผมที่ทนหิวไม่ได้ก็ต้องจำยอมซื้อกินละ พวกเราปี 1 สาขาคอมเกมมีทั้งหมดที่ไป 11 คน เท่านั้น กลุ่มผม 6 คน พันธมิตรอีก 3 คนและอีก 2 คน เรียนอยู่คนละเพลนและไม่สนิทเท่าไหร่ แต่เมื่อไปด้วยกันไปไหนมาไหน อาจารย์สุเมธต้องคอยบอกให้จับกลุ่มกันไว้ตลอด

เมื่อถึงเวลากำหนดขึ้นเครื่อง สายการบินของเราคือ All Nippon Airways เที่ยวบินที่ NH916 เวลา 23.55 ขณะที่เราอยู่บนเครื่อง จากที่นั่งจะมีจอ LCD ติดอยู่ที่เบาะหลังข้างหน้าเรา ซึ่งมีทั้ง หนัง เพลง เกม ให้เราได้เอนเตอร์เทนกันสุดๆ แต่เราลืมนึกไปว่า ตอนนี้บ้านเราก็ดึกมากแล้ว ขณะที่เรายังเล่นเกมดูหนังกันอยู่ เรามีเวลานอนพักไม่มาก เพราะเค้าจะปลุกเรารับประทารอาหารเช้า ตอนตี 4 สาเหตุเพราะเวลาญี่ปุ่นนั่นเร็วกว่าประเทศไทยเราอยู่ 2 ชั่วโมง ซึ่งนั่นก็คือ ตอน 6 โมงเช้าบ้านเขานั่นเอง ตอนนอนรู้สึกทรมานเป็นบ้า แทบไม่ได้หลับ เมื่อถึงเวลา 6 โมงเช้า(เวลาญี่ปุ่น ต่อไปนี้จะกล่าวตามเวลาญี่ปุ่น) ตื่นมาปวดท้องสุดๆ สงกะสัยลมเยอะ อาหารเช้า ผมเลยแทบจะไม่ได้ทานอะไร อีกอย่างผมก็ทานอาหารญี่ปุ่นไม่ค่อยจะได้ซะด้วย

วันที่ 2 วันพฤหัส ที่ 20 กันยายน 2550 สนามบินแห่งชาติ*นาริตะ*, SEGA WORLD, ย่านอากิฮาบาระ


8.00 น.
เราถึงสนามบินแห่งชาตินาริตะ ผมยังปวดท้องไม่หาย เลยต้องเข้าห้องน้ำแต่ก็ไม่มีอะไรออกมาเลย ได้พ่นลมออกแล้ว ปู้ดดดดดดดดดดด ค่อยโล่งหน่อยครับ สาเหตุก็คือ ตอนอยู่บนเครื่องผมไม่สามารถจะตดได้ ด้านข้างก็เป็นอาจารย์ *มนตรี* ข้างๆก็เพื่อน นั่งๆก็ติดๆกันหมด ขืนตด เหม็นทั้งลำแน่ครับ ได้แต่อั้นไว้นั่นแหละ ดูเหมือนเราจะโชคดี ที่ flight เครื่องบินเราไม่ชนกับ flight ของที่อื่น การตรวจคนเข้าเมืองเลยมีแต่คนบนเครื่องเราเท่านั้น ผมค่อนข้างกังวลเมื่อทราบว่า เค้าจะถามคำถาม 2-3 คำถามนิดหน่อย เวนนนน ตูอังกฤษก็ห่วยบรม แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรครับ เค้าไม่ได้ถามอะไรเลย มีแต่ตอนตรวจกระเป๋าที่ถามเพื่อนนิดหน่อยละครับ เราออกมาข้างนอก ก็พบอากาศแทบจะคล้ายๆกะบ้านเราเลยครับ แดดพอๆกันเลย

รู้ไว้ใช่ว่า : *อ.มนตรี* อินทโชติ เป็นผู้เขียนคมลัมน์ XNA Game Studio Express ลงในหนังสือ Winmag ปัจจุบันออกมา 4 part แล้วครับ ได้คุยกะอาจารย์แล้วตกใจสุดๆ อิ อิ
*นาริตะ* สนามบินแห่งชาติของญี่ปุ่น สนามบินนาริตะตั้งอยู่นอกเมืองโตเกียว คำว่านาริตะ แปลว่า ทุ่งนา เราจะเห็นได้เมื่อเครื่องลงจอด สนามบินจะมีทุ่งนาล้อมรอบครับ

เป็นเมืองที่น่าอยู่จริงๆครับ

และเนื่องจากการวางผังโปรแกรม และสภาพอากาศทำให้เทางไกด์คือ พี่เจน ต้องปรับเปลี่ยนโปรแกรมกันใหม่ แต่เดิมทีวันนี้ เราจะไปล่องทะเลสาบ และไปภูเขาฟูจิกัน แต่ทางไกด์ทราบข่าวมาว่า พายุเข้า เลยต้องเลื่อนออกไปวันแทนครับ วันนี้เลยต้องไปอาณาจักรเกมเซก้า "SEGA WORLD" หรือ TOKYO JOYPOLIS และทานอาหารกลางวันกันที่นั่นครับ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็ถึงเวลาลุยละ อาจารย์แนะนำให้พวกเราซื้อตั๋วแบบเล่นได้ตลอด ราคา 3300 เยน (ความจริง 3500 เยน แต่เพราะเราไปกันหลายคนมาก เขาเลยลดให้คนละ 200 เยน) เมื่อเราเข้าไปข้างใน มันสุดยอดมากครับ เกมตู้ของเซก้าเพียบไปหมด กาจาปอง และอื่นๆ เครื่องเล่นผาดโผน เกมตู้ที่ไม่มีวันจะได้เห็นในบ้านเราแน่ๆ The house of the dead 4 เวอร์ชั่นเกมตู้โดยเฉพาะ ที่เราต้องนั่งบนรถและรถจะสั่นหมุนไปกลับไปกลับมา ได้อารมณ์สุดๆ มันส์มากครับ แต่ทีเด็ดมันอยู่ที่ชั้นที่ 3 ครับ แหล่งบ้านผีสิง สุดยอดมาก สุดยอดที่สุดที่อาจารย์และรุ่นพี่แนะนำมา คือ บ้านตุ๊กตาครับ เราเข้าไป และยอมรับว่าเค้าทำได้สุดยอดมากๆ ระบบเสียง ทั้งภาพและบรรยากาศ มันชวนให้เรารู้สึกเหมือนกับเผชิญหน้าจริงๆ แถมยังมีใครไม่รู้มาแตะหลังผมอีก เพื่อนก็บอกว่าไม่ได้แตะ(เวนครับ ใครแตะผมเนี้ย) พี่ไทยเราทาบไม่ติดเลยครับ เราได้เห็นเทคโนโลยีเกมใหม่ๆที่ทำให้เราสนุกกับเกมมากขึ้น แต่ผมรู้สึกว่าเล่นไม่คุ้มเลยครับ เพราะเนื่องจากเวลาเรามีจำกัด เพราะเดี๋ยวเราจะได้ไปช็อปปิ้งย่าน *อากิฮาบาระ* หรือ อากิบะที่เราเรียกกัน

หน้าทางเข้าประตู จอย โพลิส เพื่อนผมขอเข้าไปถ่ายรูปกะเจ้าหน้าที่ด้วย และเมื่อเข้าประตูเข้าไปข้างใน ก็อย่างที่เห็นครับ

*สถานที่ตั้งของเซก้า เวิร์ด ผมจำไม่ได้ว่ามันอยู่เมืองอะไร แต่จากที่ไกด์พี่เจนเราบอกกับพวกเราว่า เมืองนี้เป็นเมืองใหม่ ที่ถมดินเอาสร้างบนทะเล (ใครมีข้อมูลช่วยเพิ่มเติมด้วยครับ) บ้านเมืองเขาดูสะอาดมากครับไม่มี
ขยะให้เราเห็นเลยตามท้องถนน เมืองเป็นระเบียบเรียบร้อย น่าชื่นชมการวางผังของเขาจริงๆครับ

*อากิฮาบาระ* เป็นย่านแหล่งช็อปปิ้งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่และกว้างขวางมากๆ แต่พวกเครื่องใช้ไฟฟ้านี้ก็ไม่มีอะไรโดดเด่นเลยนอกจากเครื่องเกม แผ่นเกม การ์ตูนทุกแนวและ หนังคนจนครับ ครับ

Akihabara


เป้าหมายภารกิจการช็อบครั้งนี้ของผมคือ ซื้อ PSP รุ่น Slim&Lite กับเครื่อง DS-Lite รุ่น FF Crystal Chronicle ครับ ย่านนี้คนเดินชุกชมมาก เราตื่นเต้ลที่ได้มีโอกาสมาสัมผัสที่นี้ เราเข้าไปหลายร้านมาก เพื่อตรวจสอบและเปรียบเทียบราคา

เราเข้าไปร้านแรก เข้าไปปุ๊ปเหมือนขึ้นสวรรค์เลยครับ สุดยอด การที่ได้เห็นสิ่งของที่เราชอบวางเรียงรายคอยให้คุณจับจองเป็นเจ้าของเนี้ย มันตื่นเต้นสุดๆ และชั้นใต้ดินของร้านนี้ ลงไปข้างล่างยังพบกับแหล่งหนัง AV เกม การ์ตูน H เต็มทั้งชั้นครับ

ร้านต่อมา ร้านนี้น่าสนใจเอามากๆ ร้านนี้มีหลายชั้น แบ่งเป็นโซนๆเลย ชั้นเกม การ์ตูน หนัง

แม้ว่าตอนเรามาที่นี่ CRISIS CORE : FF VII จะวางจำหน่ายผ่านไปแล้ว 1 สัปดาห์ แต่ก็ยังมีการโปรโมทกันอยู่ตลอดครับ เราจะเห็นโฆษณา โปสเตอร์ ของเกมนี้ติดอยู่ทุกร้านเลยครับ

HALO 3 ครับ

เห็นหนังสือเกมของที่นี่แล้ว อยากจะกวาดเก็บกลับบ้านให้หมดเลยครับ


มาอีกหน่อย แน่นอน เป็นสิ่งที่ขาดเสียไม่ได้ กับการ์ตูนโป๊ ที่วางจำหน่ายอยู่อย่างถูกกฏหมายไปอีกชั้น การ์ตูน อนิเมชั่น วางขายอยู่เพียบเลย(ซันจางงงงงงงง จากเรื่อง *เซโตะ โนะฮายาโนเมะ*) และแน่นอนยังมีหนัง AV วางขายอยู่อย่างโจ่งแจ้ง และเปิดเดโมให้ชมกันอีกด้วยครับ(ไม่ได้ถ่ายมา อายเขา)

*เซโตะ ฮายาโนเมะ* ตอนนี้ยังคงฉายอยู่ที่ญี่ปุ่น แต่เวลาโคตรดึกเลยครับ ตี 2 กว่าๆ พวกการ์ตูนต่างๆก็จะมีหลังเที่ยงคืนทั้งนั้นครับ การ์ตูนอมตะอย่าง โดราเอมมอน หรือ ชินจัง ก็ยังให้เราชมครับ

เมื่อลงไปชั้นใต้ดินของร้านนี้ ตามทางบันไดจะเจอโปสเตอร์การ์ตูน H และ AV ติดอยู่ตามทาง และ บันได แผ่นโฆษณา ให้หยิบเต็มเลยครับ(ไม่ได้ถ่ายมา)

*การข้ามถนนของคนญี่ปุ่นนี้ จะดูจากสัญญาณไฟการข้ามถนน และข้ามตรงทางม้าลายเท่านั้น และตามทางม้าลายจะพาคนทั้ง 2 ฝั่งรอเตรียมข้ามถนนอยู่เพียบเลยครับ การข้ามถนนจะไม่เหมือนบ้านเรา บ้านเรารถว่างหรือมีช่องว่างให้ข้ามได้ ก็วิ่งเลยครับ แต่ที่นี่ต้องรอสัญญาณเท่านั้น เป็นระเบียบจริงๆครับบ้านเมืองเขานี้ ยอดๆ

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของร้านนี้อยู่ที่ชั้น 2 ครับ

ครับ ชั้น 2 เป็นสินค้า OFFICIAL FINAL FANTASY มีจำหน่ายอยู่ในเพียบเลยครับ ทั้งโมเด็ล เครื่องประดับ อื่นๆที่เกี่ยวกะไฟน่อลและเกมอื่นๆที่อยู่ในค่าย SQUARE-ENIX ครับ

ร้านนี้ เป็นอีกร้านหนึ่งที่น่าสนใจ เป็นร้านขาย CD-DVD พวก IDOL ทั้งหลายครับ มีเยอะมากๆแต่วันนี้ยังไม่ได้มีโอกาสได้เข้าไปหา IDOL คนที่ต้องการ(โอ้วว เจ๊ยูโกะคอยก่อนนะจ๊ะ)

ข้ามมาตรงข้าม สุดท้ายหลังจากเราอยู๋หลายร้าน ผม เพื่อน และอาจารย์ก็ตัดสินใจช็อบกันที่ร้านนี้เลยครับ

ร้านนี้มี 2 ชั้น ชั้นแรกเป็นของ NINTENDO ครับ ทั้ง DS-Lite ,Wii เกม อุปกรณ์เสริมครบครัน ส่วนชั้น 2ก็เป็นของ SONY มีทุกอย่างครบเช่นเคย พี่แชมป์เราก็ซื้อ PS3 ที่นี่ล่ะครับ ส่วนผมเพื่อนกะอาจารย์ ก็ PSP รุ่น Slim&Lite คนละเครื่องครับ ส่วนผมก็ซื้อเกม CRISIS CORE : FF VII มาด้วยเลย และก็ได้ของแถมหูฟังลาย CRISIS CORE มาด้วยครับ ส่วน CRISIS CORE : FF VII ชุดลิมิตเตดนั้น เกลี้ยงหมดแล้วครับ

หลังจากภาพนี้ ผมก็โดนครับ โดนอะไร โดนเจ้าของร้าน เขาไม่ให้ผมถ่ายรูป ซึ่งก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่ และอีกอย่างคงไม่มีใครเค้าถ่ายกัน เหอ เหอ ผมเลยต้องหยุดถ่าย

หลังจากได้ของมา 1 อย่างแล้ว เหลืออีก 1 เครื่องเครื่อง DS-Lite ก็จัดการซื้อซะข้างล่างครับ แต่ก็ต้องผิดหวังอีกครั้ง เมื่อ DS-Lite รุ่นลิมิตเตดที่ต้องการนั้น มันไม่มีแล้วครับเจ้าของร้านขายของที่นี่เค้าเป็นกันเองกันมากเลยครับ แถมยังพูดเพราะอีกตะหาก แถมให้เรารู้สึกสบายใจตลอดการช็อบจริงๆ

หลังจากได้เวลาตามที่กำหนดนัดหมายกันแล้ว เราก็เตรียมมุ่งหน้าเข้าสู้ที่พัก โรงแรม Sunshine Prince Hotel ครับ เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว แน่นอน เราตื่นเต้นกับห้องพักทุกครั้งที่เราเปิดประตูห้องเข้าไป ว่าห้องที่เราจะพักจะเป็นยังไง แต่หลังจากนำกระเป๋าเก็บในห้องแล้ว เราต้องรีบเดินไปกินข้าวอีกที่หนึ่งซึ่งอยู่ในย่านถนน Sunshine และดูคึกคักมากเลยครับ มีการปิดถนนด้วย และยังพบกับ SEGA ซึ่งคล้ายๆกับที่เราไปมาแต่ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจมากครับ แต่ที่น่าสนใจสำหรับคอพนันล่ะ เพียบเลยครับ ทั้งสลอตแมชชีนเอยยย ปาจิงโกะเอยยยย เป็นแหล่งน่าดึงดูดจริงๆครับ แต่เราก็ไม่ได้เข้าไปครับ

หลังจากอิ่มหนำสำราญ กับอาหารมื้อเย็นกันแล้ว ก็ได้เวลาเดินย่อยอาหารกันละครับ ตลอดทางดูผู้คนมีสีสันมากๆ มีคนชูป้ายหน้าร้าน ประกาศ ตะโกนขายของหรืออะไรก็แล้วแต่เนี้ย ตออดทั้งทาง และคนที่คอยแจกของหรือใบปลิวดูมีเสน่ห์มากเลยครับ มีพูดทักทาย ขอบคุณ สวัสดี (น่ารั้กๆ) ไม่เหมือนบ้านเราครับ แต่ละคนหน้าบึ้งหน้าบูดหน้าเบี้ยว ได้แต่ยื่นๆ เฮ้อออออ

เดินคราวนี้ผมไม่ได้อะไรกลับมาครับ เพราะเงินที่จ่ายไปตั้งแต่ตอนกลางวันเนี้ย มัน เหอ เหอ มันหมดไปเกินครึ่งแล้วครับ นี่พึ่งวันแรกนะเนี้ย ทีนี้พอเราจะเดินกลับ ผมกับรุ่นพี่ พี่แชมป์กะพี่ปาล์ม ก็บรรเลงของแถมให้ครับเดินหลง เลย 555 หาทางกลับโรงแรมไม่เจอ ผมก็จำไม่ค่อยได้นัก ก็ทั้งๆที่มันน่าจะอยู่ตรงนี้ แต่ทำไมมันไม่ใช่ โรงแรมแต่ละโรงแรมในย่านนี้หน้าตาดูเผินๆไกลๆแทบจะเป็นโรงแรมเดียวกันเลยครับ สุดท้ายก็เจอกับกลุ่มเพื่อนกะรุ่นพี่อีกกลุ่มหนึ่งเลยรอดตัวไป พี่ปาล์มก็แอบเนียน "เฮ้ย อย่าบอกนะเว้ย ว่าหลง" 555 เดินตามเขาไปและบอกว่าคอยพวกเพื่อนอยู่ครับ ฮาแตก

ห้องพักสำหรับคืนนี้และคืนวันพรุ่งนี้

ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกแกะกล่องเลย ทั้ง PSP และ DS-Lite พร้อมเกมครับ

โถส้วมอะไรก็ไม่รู้ มีปุ่มกดด้วย หรูชิบ

ในห้องน้ำมีทุกอย่างให้ครบ ทั้งแก้วน้ำ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ผ้าเช็คตัวคนละ 2 ผืน ผืนเล็กและผืนใหญ่ สบู่ล้างหน้า สบู่ถูตัว และ แชมพู ที่โกนหนวด ถุงไว้ใส่ผ้าเค็ม โดยเราไม่ต้องนำอะไรไปเลยครับ ข้างนอกยังมีไฟฉาย ไดรเป่าผมกับหวีให้ด้วย แต่ไม่มีให้เลยในตู้เย็นครับ

**น้ำ ที่ญี่ปุ่น เราสามารถที่จะดื่มจากก๊อกได้เลยครับ เย็น อร่อย เหมือนกับประเทศไทยเรา แต่ว่าที่ญี่ปุ่นค่อนข้างจะมั่นใจได้มากกว่าในเรื่องของความสะอาด บ้านเรานี้ ส่วนใหญ่ยังไม่เคยลองดื่มน้ำประปากันเลยครับ

ชุดนอนก็ไม่ต้องเอาไป เพราะมาอยู่นี้ เราใส่ชุด ยูกาตะ นอนครับ โอ้วววววว

ส่วนของผ้าคาดเอว ไม่รู้เค้ามัดยังไงให้สวยๆ ไอ้เราก็มัดม้วนไปมั่วเลยครับ แต่พอทันทีที่ได้ลองสวมชุดนี้ดู ก็สัมผัสได้ทันทีเลยครับ ถ้าหากผู้หญิงใส่ชุดนี้โดยไม่ได้ใส่อะไรข้างในล่ะก็ มันล่อตะเข้ชัดๆเลยครับ เพราะมันก็แค่คลุมไว้เท่านั้นเอง ได้อาบน้ำ ตัวหอมๆหลังจากเหนียวตัวมาทั้งวัน เราก็ประเดิม DS-Lite โดย WI-FI เกม MARIO KART กะเพื่อนอีก 2 คนเลยครับ หนุกหนานดีจริงๆ ไฮไลท์ในสิ่งที่พวกเราตื่นเต้ลก็คือ *หนังคนจน*ครับแต่สำหรับคนที่สนใจจะดูจริงๆ จำเป็นต้องซื้อการ์ดจากเคาเตอร์ข้างล่าง เพราะมันจะดูได้ราวๆ 30 วินาทีมั้งครับแล้วมันก็ขึ้นให้ใส่การ์ดเข้าไปครับ การ์ดนี้สนนราคาใบละ 1000 เยนดูได้ไม่อั้นและมีตลอดทั้งคืน

*หนังคนจน* ก็คือหนังโป๊นั่นเองครับ เพราะมันไม่มีเสื้อผ้าจะใส่ พวกเราก็เลยเรียกแบบนั้นไปครับ

วันที่ 3 21 กันยายน 2550 วัด Asakusa, Akihabara
อาหารเช้าวันนี้เป็นแบบ บุฟเฟ่ต์ ก่อนมา ผมค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับการกิน เพราะผมเป็นคนกินยาก แต่ถ้าเป็นบุฟเฟ่ต์ ก็เลยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะต้องมีอะไรกินได้แน่นอน พวก เบคอน ไส้กรอก เงี้ย ตามโปรแกรมวันนี้เราจะไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตเบียร์ Kirin ที่มีชื่อเสียงของประเทศนี้กันครับ(ดูโฆษณาเอาน่ะ) และดูงานที่ NTT Dokomo บริษัทผลิตมือถือชั้นนำของญี่ปุ่น แต่กลุ่มเราและรุ่นพี่ อาจารย์จำนวนหนึ่ง(คอมเกมทั้งนั้น)ไม่สนใจในสิ่งเหล่านี้ เราสนใจที่จะช็อบมากกว่า พวกเราเลยแยกทัวร์ออกมา ส่วนอาจารย์สุเมธจำเป็นต้องไปกะทัวร์ เพราะเป็นหัวหน้าสาขานี่เนอะ จะไม่ไปได้ไง 55 เราได้ดูแผนที่ และมีสถานที่ที่น่าสนใจ อย่างวัดอาซากุซะ เราเลยจะไปที่นั่นกันก่อน และต่อไปด้วยช็อบที่ย่านอากิบะอีกครั้งหนึ่ง หลังจากเมื่อวานเนื่องจากเวลาที่จำกัดทำให้เราต้องรีบๆเดิน ทำให้เดินดูได้ไม่ทั่วถึงนัก

ที่นี่ เราขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานี อิเคะบุคุโร่ โดยซื้อตั๋ววัน *รถไฟสาย JR* ราคาประมาณ 760 เยน จำไม่ค่อยได้ละ โดยขึ้นสาย Yamanote สีเขียว ซึ่งมันจะวิ่งวนตลอด ทำให้มั่นใจได้ว่าไม่หลงแน่นอนครับ

ที่ฮาสำหรับช่วงนี้ก็คือ เพื่อนผมครับ ก่อนหน้านี้ผมถามเพื่อนคนนึงแล้วว่า ไอ้นี้ใช้ยังไง ใช้สอดหรือใช้แตะเอา เพื่อนก็ว่าแตะ เพราะเห็นบางคนใช้แตะ ผมเดินเข้าไปเพื่อนผมก็เอาบัตรแตะๆตรงที่สอดการ์ด แตะยังไงก็ไม่ผ่านสักทีจนผู้หญิงญี่ปุ่นที่ยืนอยู่ด้านล่างต้องมาทำท่าบอกว่า สอดเข้าไป ฮาแตกเลยค้าบบบบบพี่น้องง คนยืนต่อแถวเรียงรายเห็นขำกันเป็นแถบโดยเฉพาะผม เพื่อนผมหน้าแดงสุดๆเลยล่ะค้าบ

*รถไฟสาย JR* ที่นี่จะมีรถไฟ 2 สาย คือ subway กะ JR ไปแต่ที่จะไม่เหมือนกัน ครั้งแรกเราสับสนและทำให้เราต้องจ่ายเงินกับตั๋วเกินความจำเป็น เสียดายชิบ

รถไฟบ้านเขา ดูโทรมกว่าบ้านเราเพราะสร้างมาก่อนนาน แต่เร็วเจงๆ

และเราก็มาถึง วัดอาซากุสะ

ที่นี่เข้าไปข้างในจะพบคนมากมาย ซึ่งต่างหลั่งไหลมาอธิษฐาน โยนเหรียญขอพรกันอยู่ตลอด

ตามปกติของวัดทุกที่ในญี่ปุ่น จะมีน้ำสำหรับเหมือนชำระบาปออกจากตัวเราครับ สามารถดื่มได้

ไฮไลท์ของวันนี้อยู่ สาวๆญี่ปุ่นกลุ่มนี้เองครับ โฮ่ๆๆ ในขณะที่เราเห็นพวกเธอเค้ากำลังลมควันกันอยู่(ใช้ศัพท์น่าเกลียดไปป่ะ) พวกเราต่างก็จำพวกเธอได้ เพราะเราเคยเห็นพวกเธอมาก่อนแล้วก่อนมาที่วัดนี้ ทีนี้เพื่อนผมมันไม่ปล่อยให้หลุดไปแล้วล่ะครับ ขณะที่พวกสาวกลุ่มนี้กำลังถ่ายรูปกลุ่มอยู่ ก็แอบเนียนไปรัวชัตเตอร์กะเขาด้วย พี่แชมป์เราก็เหมือนกัน โฮ่ๆ(บอกละว่าให้ส่งให้ด้วย) แค่นั้นยังไม่พอ ยังตามตื้อเดินตามไปขอถ่ายรูปอีกด้วยครับ โอ้วววววววว สุดยอด เพื่อนในกล้าดีจริงๆครับ เดินตามเตาะแตะๆไปไกลเลยครับ กว่าจะได้ถ่าย ส่วนผมยังคงยืนอึ้งกับความกล้าของพวกนี้อยู่ ไปๆมาๆไม่ได้แล้วเฟ้ย วิ่งตามไปขอถ่ายบ้าง และก็ดังภาพครับ 555 ทุกคนอยู่น่ารั้ก และเต็มใจที่จะถ่ายรูปกับพวกเราด้วย ยังให้กล้องมาช่วยถ่ายอีก อิ อิ พอถ่ายเสร็จกันก็บอกโบกมือลา กล่าวขอบคุณเสร็จ อ่าว แล้วตูล่ะ เฮ้ยย ตูยังไม่ได้ถ่ายด้วยเลยนะ อดเลยครับ(ความจริง ลืมไปด้วยแหละ)

หลังจากนี้ก็เกือบจะถึงเวลาที่นัดรวมกะกลุ่มกะอาจารย์ที่แยกกันมา ที่หน้าทางเข้าวัด ตลอดทาง เราพบกับร้านขายของที่ระลึก พวกเครื่องราง อยู่ตลอดทางเลยครับ ราคาไม่แพงด้วยเมื่อเทียบกับที่อื่น

เดินมาซะเหนื่อย มีขายน้ำ ขวดดูน่าสนใจมากๆเลย เลยตัดสินใจซื้อมาลองดื่มดู ราคา 200 เยน ขวดสวยมากๆเลยครับ ฝาขวดใช้เป็นลูกแก้วอุดไว้ แปลกดี รสชาติคล้ายน้ำโซดาผสมกับสไปร์ส

หลังจากที่มากันครบแล้ว ก็ไปที่อากิบะกันต่อ เมื่อเรามาถึงย่านอากิบะ เราพบกับสาวในชุดเมดครับบบ น่ารั้กสุดๆ กำลังยืนแจกใบปลิว อะไรอยู่สักอย่าง เราพยายามที่จะถ่ายรูปเธอ แต่ดูเหมือนเธอจะรู้ตัวและพยายามหลบหน้าสุดท้าย เธอก็เดินจากไปครับ เหอ เหอ สุดท้ายแล้ว เรามารู้ทีหลังอีกที เพื่อนผมมาบอกว่าเธอยืนแจกใบปลิวโปรโมตหนัง AV ครับ ก้ามมมมมมมมมมมมมมมมมมมม

ร้านแรกที่เราเข้ามาคือ ร้ายขายโมเด็ลครับ โอ้วววว แม่เจ้าา อะไระจะเยอะปานนี้ แบ่งเป็นชั้นๆ โซนๆด้วย พวกหนังการ์ตูน H หนังสือการ์ตูนโป๊ก็มีเป็นชั้นๆ ดูตามภาพได้เลยครับ แน่นอนเขาไม่ให้ถ่ายรูป แต่ก็ยังลักไก่พยายามถ่ายมา





สุดท้ายแล้วเราไม่ได้ไปร้านอื่นเลยครับ เราใช้เวลาอยู่ที่นี่นานหลายชั่วโมง เพื่อนกันในกลุ่มเรายังต้องตามหาของที่ต้องการซื้อกันต่อ และแวะไปที่ร้านที่เราซื้อเครื่องเกมและแวะซื้ออุปกรณ์เสริมต่างๆของ DS-Lite แต่ที่กวนทีนสุดๆเลยครับ DS-Lite รุ่นลิมิตไฟน่อลคริสตัล ที่ผมอยากได้ เมื่อวานมันไม่มี แต่วันนี้มันตั้งอยู่ครับ มันตั้งอยู่ตรงน้านนนนน และมีอยู่กล่องเดียวเลยด้วย ไอ้เวนน ทำไมโผล่มาตอนนี้ เพื่อนผมเลยจัดการสอยกลับมาในทันใดเลยครับ ชีวิตน่าเศร้าเจงๆ T_T และผมก็ได้แวะไปที่ร้านจำหน่าย DVD IDOLด้วยครับ ใช้เวลาที่นั่นสักพัก หา DVD ของพี่ยูโกะและก็เจออยู่ราวๆ 10 แผ่น แต่ส่วนใหญ่ก็มีหมดแล้ว แต่บางแผ่นก็ไม่มี คิดว่าจะซื้อของแท้กลับไปจะดีมั้ยเนี้ย แต่ราคาก็ไม่ใช่ย่อยๆเลยครับ อยู่ที่ 4000-6000 เยน ทั้งนั้นเลย ซื้อไปคงไม่คุ้มแน่ หาดูเอาทางเน็ตจะดีกว่า (พี่ยูโกะจ๋าา ยกโทษให้เลโอด้วยนะะค้าบ) จากนั้นที่สุดท้ายก่อนที่เราจะกลับไปรวมคือ ชั้นใต้ดินครับ เพื่อนเราใช้เวลาอยู่ที่นั่นนานเลือกแผ่นที่ต้องการและก็ได้มา ผมเดินดูและก็พบกับเกมที่น่าสนใจมากๆ ลายเส้นสวยงามสุดๆ ระบบการเล่นก็น่าสนใจ แต่เป็น H และแน่นอน เรายังเจอ Anime อีกด้วยใช้เวลาตัดสินใจซื้ออยู่นาน และก็ได้ซื้อมาแผ่นนึงครับ 5800 เยน และก็ถึงเวลาตามที่นัดกันไว้ที่สถานี และเราก็ยังคงเจอกับ สาวๆในชุดเมดคราวนี้มากันหลายคนเลยครับ เพื่อนผมพยายามที่เดินขอเข้าไปถ่ายรูปกะเธอโดยตรง แต่ก็ถูกปฏิเสธออกมาครับ หน้าแตกเลย สุดท้ายเราก็ต้องทำแอบเนียนทำเป็นถ่ายรูปเพื่อน แล้วก็ซูมกล้องไปที่เธอครับ แล้วก็ได้มา แต่น่าเสียดาย เธอไม่ใช่คนที่เราต้องการที่เราเห็นกันตอนกลางวันครับ


ส่วนที่ๆจะไปต่อไป คือ ชินจูกุ ครับ โดยกลุ่มเราจะนั่งรถไฟกลับไปกันเองก่อน เพื่อเก็บของ ส่วนผม น้ำมันหมดแล้วครับ ขาผมไม่มีแรงที่จะเดินอีกแล้ว ผมเลยขอพักที่โรงแรม เพื่อนอีกส่วนหนึ่งก็ออกไปชินจูกุครับ ส่วนเราก็นั่งทานข้าวกล่องที่ได้มาตั้งแต่เช้ากันแก้หิว สักพัก ทัวร์ที่ไปดูโรงงานเบียร์กับโดโคโมะ ก็กลับมาครับ อาจารย์สุเมธ ได้เข้ามาในห้องพูดคุยด้วย เราก็ถามอาจารย์เกี่ยวกับที่ไปดูงาน อาจาย์ก็เล่าให้ฟัง เล่นเอาเราอยากไปดูด้วยตาตนเองเหมือนกันครับ เพราะเทคโนโลยีบ้านเขาที่โชว์ให้เราดู เรียกได้ว่าบ้านเราตามอยู่ 40-50 ปีเลยครับ อาจารย์บอกพวกเราอย่างงั้น ส่วนเราก็โม้ให้อาจารย์ฟังว่าได้ไปวัด อาซากุซะ และได้ถ่ายรูปกะสาวๆญี่ปุ่นเล่นเอาอาจารย์บอกว่า "โอโห นี่ พวกคุณนี่ สุดยอดมากเลย ไปแล้วคุ้มค่ามาก" 555 เรียกได้ว่า ถ้าเป็นคนอื่นก็เหมือนไปวัดแล้วได้บุญมาเต็มๆเลยครับ เพราะเพื่อนผมในกลุ่มตอนอธิษฐานขอให้ได้ถ่ายรูปกะสาวๆกลุ่มนั้น 555

หลังจากนั้น ก็ถึงเวลานอนแล้วล่ะครับ เราคงไม่คอยกลุ่มที่ไป ชินจูกุ ให้กลับมาล่ะครับ มารู้อีกทีตอนเช้า เขากลับมาตอนตี 3 ครับ โอยโหยย เราทราบทีหลังมาว่า กับกลุ่มที่ไป ชินจูกุ นั่นเป็นกลุ่มที่ฮามากมายเลยครับ ผมทราบมาคร่าวๆ ว่า เพื่อนผมหลุดเข้าไปใน*ย่านคนจน*ครับ

*ย่านคนจน* มีความหมายเดียวกับหนังคนจนครับ แต่เป็นย่านแหล่งมั่วสุม ม่านรูด ขนานแท้เลย แต่แค่นั่นมันไม่มีอะไรน่าดึงดูดเท่าไหร่หรอกใช่มั้ยครับ แต่นี่ครับ แต่งตัวยากูซ่ามาเลยครับ ใส่สูทแว่นดำ มาถึงก็ลากกลุ่มเพื่อนผมเข้าไปเลยครับ แต่เพื่อนผมพยายามจะปฏิเสธ แต่ทางเค้าบอกให้เข้าไปดูรูปก่อนครับ(เพื่อนผมในกลุ่มตอนนั้นมีทั้งหมด 5 คน) แล้วมันก็บอกราคา 5 ต่อ 1 8000 เยน(ชาย 5 หญิง1) โดยที่ไม่แน่ใจว่าคนละ 8000 เยน หรือทั้งหมด 5 คน เพียง 8000 เยน แต่เพื่อนผมพอดูรูปเสร็จก็ขอตัวเดินออกมาครับ
(อ.เก่ง บอกว่า"ผมว่า ถ้ายัง 5 คนแล้วคนละ 8000 เยนนี้ เข้าคนละคนดีกว่า") 555


edit @ 2007/09/27 15:32:47

วันที่ 4 22 กันยายน 2550 โตเกียวเกมโชว์(TOKYO GAME SHOW 2007)
เช้าวันนี้ เป็นวันที่พวกเรารอคอยครับ เพราะเป็นเป้าหมายของเราในการมาญี่ปุ่นกันอยู่แล้ว เมื่อเรามาถึงสถานที่จัดงานแล้ว สถานที่นี่อยู่ติดกับทะเลด้วยครับ สวยมาก และกว้างมากๆ ผมจำไม่ได้ว่ามันเรียกว่าอะไร เราเดินเข้าไปข้างใน ก่อนที่จะถ่ายรูป คณะทั้งหมดที่มา มีฝรั่งชาวต่างชาติมาถ่ายเราด้วย เหอ เหอ หลังจากนั้นก็รับตั๋วจากพี่เจน จากนั้นสิ่งที่เราต้องทำต่อไปคือ ต่อแถวครับ ลงไปต่อแถวกับจำนวนคนเป็นมดข้างล่าง แต่โชคดีครับ เพื่อนพันธมิตรเรา เห็นชาวต่างชาติบางคนเดินเข้าประตูที่อยู่ใกล้ๆเข้าไปได้เลย อาจารย์สุเมธกะอาจารย์เก่ง เลยลองเดินเข้าไปดูและก็ได้ผลครับ
เราสามารถเข้าไปข้างในได้เลย ก่อนจะหันไปเรียกเพื่อนผมที่เหลือ ปรากฏว่า มันเดินลงไปต่อแถวกันหมดแล้วครับ เหอ เหอ หายแว๊บไปเลย เรียกไม่ทันผมเลยต้องเข้าไปข้างในกะอาจารย์กับพันธมิตร และเราก็แยกย้ายกันครับ ผมก็แยกออกไปเดินคนเดียว เราไปชมบรรยากาศในงาน
กันครับ

โชว์ตั๋วก่อนเลยครับ อิ อิ

เราได้เข้าประตูนี้เลยครับ ดูเหมือนว่า เขาจะให้เข้าเฉพาะชาวต่างชาติ ส่วนญี่ปุ่นต้องไปต่อแถวครับ

ช็อตแรกหลังจากเข้าไปครับ โอ้วววววววววววววววววว เรามาแล้วววววววววว เย้ โตเกียวเกมโชว์ เข้าไปประตูนี้ ไปโผล่ที่ฮอล 4-5-6 ครับ

บูตแรกที่ผมเข้าไปคือ KONAMI แน่นอนทีเด็ดของค่ายนี้ในช่วงนี้ หนีไม่พ้น METAL GEAR SOLID 4 ครับ ที่มีโชว์ทั้งเทรลเลอร์ และเปิดให้ทดลองเล่นกันด้วย มีคนต่อแถวกันยาวเหยียดเลยครับ

Winning Eleven ก็เช่นเดียวกันครับ

อีกหนึ่งเกมที่กำลังฮอตฮิตในช่วงนี้มากเลยครับ เปิดให้ลองเล่นด้วย

หันไปด้านหลัง ก็มีสาวๆจากค่าย HUDSON ออกมาเต้นครับ คนถ่ายรูปกันตรึม

ต่อไปก็ SEGA ครับ

อีกหนึ่งเกมที่น่าสนใจของเกมมือถือคือ Biohazard Mobile Edition ซึ่งเปิดให้ทดลองเล่นกันด้วย คนก็ยังต่อแถวยาว

เซก้า ขนเกมมาให้เล่นเยอะทีเดียวครับ ผมน่าจะมีโอากาสได้ทดลองดูบ้าง แต่ก็ไม่กล้าครับ ทั้งๆที่ผมไปทีไร มันจะมีเครื่องว่างอยู่เครื่องนึงทุกที

บูต โซนี่ ที่น่าสนใจอีกอย่างนึงหลังจาก PSP รุ่น Slim&Lite ออกมาแล้วก็คือ อุปกรณ์เสริมที่ไว้ต่อเข้ากับตัวเครื่องไว้ดูโทรทัศน์ออนไลน์ได้เลยครับ แต่ดูเหมือนจะไม่สามารถนำมาใช้กับบ้านเราได้ เพราะคนละสัญญาณกันครับ และอีกอย่างก็คือจอย DUAL SHOCK 3 ครับ ในที่สุดก็เปิดตัวออกมา ทีนี้จอย SIXASIS ก็สั่นได้สักทีล่ะครับ โดยมีเกมรองรับอยู่แล้วมากมาย และแน่นอนยังได้เปิดโอกาสให้ได้ทดสอบเกมร่วมกับจอย DUAL SHOCK3 ด้วยครับ

หลังจากภาพนี้ผมก็เริ่มจะแหกขี้ตาดูป้ายที่ติดอยู่บนจอ LCD ครับ เหอ เหอ คือ ห้ามบันทึกเทป ห้ามถ่ายรูป และห้ามถ่ายรูปกล้องมือถือครับ

ตรงนี้ ฝรั่งเข้ามาทดสอบมากเลยครับหลังจากเกมนี้ เปิดตัวในงาน Game Developer's Conference (GDC) เมื่อต้นปีผ่านมา

อีกหนึ่งเกมที่รับความสนใจอย่างมากคือเกมการ์ด THE EYE OF JUDCMENT ครับ และเปิดให้ลองเล่นการ์ดดูด้วยโดยมีเจ้าหน้าที่สาวๆคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

หลังจากนั้นผมใช้เวลาอยู่นานพอสมควรกับบูทนี้เพื่อเข้าชมเกมเทรลเลอร์ใหม่ๆ

เดินมาเรื่อยๆ เราเจอกับซู้มเกมออนไลน์เลยครับ ผมสนใจเกม MosterFarm Online มากๆครับ

ตรงนี้ตรงไหนแล้วก็ไม่รู้ น่ารั้กจัง

เดินมาบูตคนไทยบ้างครับ อยู่ที่ ฮอล 1-2-3 บูทนี้เราได้พูดภาษาไทยกะคนอื่นได้สักทีล่ะครับ อิ อิ

บูต CAPCOM มีการเปิดเดโมเกม BIOHAZARD : UC ของเครื่อง Wii ให้ลองคนต่อแถวยาวมากๆๆๆๆๆ รวมถึง DEVIL MAY CRY 4 ที่มีทั้งหมดเทรลเลอร์ตัวใหม่ข้อมูลใหม่ออกมาด้วยครับ

บูต SQUARE-ENIX ที่หลายๆคนอยากจะมาเป็นที่แรกๆ คนเยอะไม่แพ้บูตไหนๆ มีการตั้งหุ่น โซระ กับ ร็อคซัส ให้ถ่ายกันด้วย



โรงภาพยนตร์แบบเปิด ที่รอต่อแถวเข้าไปชมได้ตลอด ซึ่งไม่มีอะไรน่าสนใจเลยนอกจากเกม STAR OCHEN 4 ครับ ซึ่งสุดท้ายในเทรลเลอร์ยังไม่ได้เขียนเลยว่าจะลงให้กับเครื่องไหน Chocobo's Dungeon [Wii] ก็น่าเล่น ผมใช้เวลาดูอยู่นานมาก เกือบชั่วโมงมั้งครับ เยอะมากๆคอเคล็ดหมดเลย แต่ที่ผมอยากจะชมคือในโรงภาพยนตร์แบบปิดตะหาก

แน่นอนครับ ผมอดตามระเบียบป้ายบอกว่า วันนี้ตั๋วถูกจองหมดแล้วครับ

เดินเข้าไปในบูตต่อ มีการจัดแสดงสินค้า อย่าง POTION FF VII กับฟิกเกอร์ ที่จะวางจำหน่ายเดือนหน้า และเดโมเกม FF IV ให้ได้ลองเล่นกันด้วย

ดาบของ แองจีล แซ็ค และไอ้ คล้าว ขนาดเท่าของจริงครับ

บูต Xbox360 ของ Microsoft ครับ ซึ่งมีการแถลงข่าวและเปิดบทสัมภาษณ์ของบิดาไฟน่อล ซาคากุชิ ซึ่งน่าสนใจมากๆ แต่ก็ฟังไม่รู้เรื่องครับ ภาษาเป็นเหตุ

HALO 3

มี Games for Windows เดโมให้ลองเล่นกันด้วยครับ แน่นอน มี Crysis ด้วยครับ

บูตนี้ น่าสนใจมั้กมากเลยค้าบบบ เกมจีบสาว น่ารั้กๆ ทั้งนั้นเลยครับ มีเปิดให้ลองเล่นและเปิดเดโมให้ชมนิดหน่อยครับ

บูต Movie Square ครับ ซึ่งรวบรวมเหล่ามูวี่ การ์ตูน ที่มาจากเกมทั้งหลาย มีทั้ง บลูดราก้อน นี่าดูมากๆ เยอะแยะมากมายครับ และยังเปิด Resident Evil 2:Apocalyps ให้ชมเรียกน้ำย้อยก่อนจะดูภาค 3 กันด้วย

บูต Video Games Museum ที่รวมรวมเหล่าเครื่องเกม และเกมโบราณมาให้ลองเล่นกันใหม่อีกครั้ง แต่เก่าสุดก็มีแค่ Dreamcast ครับ

บูตนี้ น่าสนใจมากครับ โชว์เทคโนโลยีการเล่นเกมแบบใหม่ โดยสวมแว่นในการเล่นครับ แน่นอน เขาห้ามถ่ายครับ เลยถ่ายซะเลย กำ พอเฟรชสว่างปุ๊ป แว๊ปป เจ้าหน้าที่มันหาใหญ่เลยครับว่าใครถ่าย ผมก็รีบโกยไปในทันใดแต่ภาพที่ได้มาก็ไม่ได้น่าสนใจอะไรเลย

นั่น Rune Factory 2!!

ทายสิ สำนักข่าวนี้เป็นของที่ไหนกัน ดูจากไมค์แล้วนั่คือ ของ IGN ไง

ค่าย CYKAN ที่โชว์เกมที่น่าสนใจเอามากๆ กับเกม PaperMan ที่เป็นเกมเคาเตอร์ สไตร์ท์ ที่มีหุ่นโมเด็ลตัวละครในเกมเป็นแบบกระดาษครับ เปิดให้ได้เล่นกันหนุกหนานมากเลยครับ

Tales of Innocence มีเปิดให้เล่นด้วย คนต่อแถวเพียบ

อีกเกมที่น่าสนใจของเครื่อง PSP กับ PS2 ครับ ฮารุฮิ ต้องซื้อมาเล่นเท่านั้น


ระหว่างผ่านไปทาง ฮอล์จาก 1-2-3 ไป 4-5-6 จะเจอที่ๆเหล่าผู้คนที่แต่งคอสเพลย์มาคอยให้ถ่ายรูปอยู่เพียบเลยครับ ผมเจอกับยัฟฟี่เวอร์ชั่น AC ซึ่ง ผมเห็นแล้ว ผมอึ้งทึ้งตะลึงสุดๆเลยครับ ผมเห็นแค่ด้านหลัง ก็นึกว่ายัฟฟี่ตัวจริงมาซะแล้ว หุ่นน้องเธอเหมือนมากๆเลยครับ ผมเดินตามเธอไปหวังจะให้เห็นสักหน่อย แล้วก็เจอเพื่อน บอกให้เพื่อนช่วยไปถ่ายให้ แต่น่าเสียดาย น้องเค้าจะกลับแล้วครับ T-T เพื่อนบอกว่าไม่เป็นไรมีรูป ถ่ายไว้แล้ว โอ้วว เย้ เพื่อนบอกว่า เสียงเธอน่ารั้กมาก ผมเห็นบุคลิคเธอที่บอกว่า เธอจะกลับแล้วเดินหันกลับไปแล้วโบกมือ เหมือนยัฟฟี่ สุดๆเลยค้าบบบบบบบบบบบบบ พอผมได้ดูรูปน้องเค้า ก็น่ารั้กทีเดียวครับ ถึงแม้หน้าจะไม่เหมือนยัฟฟี่ก็ตาม แต่หุ่นผ่านฉลุยย

ฮอล 7-8 นี้ ไม่มีเกมโชว์แล้วครับ แต่เป็นฮอลสำหรับศูนย์อหาร ช็อปปิ้ง โดยเฉพาะครับรวม ทั้ง SOUNDTRACK GAME Model และหนังสือพวก ART BOOK หายากมากมาย เสียดายมากครับ ตังค์ผมไม่พอที่จะซื้ออะไรเลยครับ เจอหนังสือ FF VII : AC Reunion File ที่ต้องการแต่ก็อดครับ จะบ้าตาย

สรุป งานวันนี้ ผมค่อนข้างเซง ผมถ่ายรูปไม่ได้ตามที่หวังนอกจากจะถ่ายไม่ได้แล้ว ผมไม่ได้มีโอกาสได้ถ่ายคอสเพลย์เลย มีพริตตี้ 3-4 คน และกล้องของผมที่เมมโมรี่ต่ำ ถ่ายได้ไม่ถึง 180 รูป ผมจำเป็นต้องลบรูปที่ถ่ายมาอีก เซงมากครับ แต่การได้มางานนี้ หลังจากทำได้แค่นั่งอ่านรีวิวจากคนที่ไป นั่งโหลดวิดีโอเทรลเลอร์ ได้ดูแต่ภาพนิ่งในงาน แต่ปีนี้ผมได้มาสัมผัสบรรยากาศแบบนั้นได้ด้วยตนเอง ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเลย คนก็ไม่เยอะอย่างที่เราคิดกันไว้ นับว่าเราโชคดีครับ มีนิดหน่อยที่ผมไม่กล้าที่จะเข้าไปร่วมทดสอบเกมที่เขาเปิดให้ทดสอบทั้งๆที่เครื่องมันว่างอยู่ต่อหน้าต่อตา ผมรู้สึกกลัวเวลาเจ้าหน้าที่สาวสวยมาแนะนำ ผมจะฟังไม่รู้เรื่องและต้องใช้สเต็ปเดิมคือ พยักหน้า ยิ้ม อืมม อ่อ อ้าา กลัวเล่นไม่เป็น อายเขาที่กำลังดูอยู่ ไม่รู้กลัวทำห่าอะไรเลย และของติดไม้ติดมือจากงานนี้ผมน้อยมากๆจากเพื่อนในกลุ่ม เพื่อนไปเดินเป็นกลุ่มได้ของมาเพียบเลยครับ แต่ผมได้น้อยจนน่าอิจฉาเลยคับ เซงจัด เพื่อนได้ทั้งโปสเตอร์น่ารั้กๆ แฟ้มสวยๆเราได้แต่กระดาษ -*-

เราจำเป็นต้องออกจากงานประมาณ บ่าย 3 โมง เพราะหลังจากนี้เราจะต้องเดินทางไปต่อที่ ยามานาคาโกะ ย่านภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งอยู่ไกลจากที่นี่ และแน่นอนรถมันจะติดเพราะตรงกับวันหยุด เราได้พบ คณะบดี ที่ได้เดินทางมาญี่ปุ่นด้วยและรู้ว่าเราอยู่งานโตเกียวเกมโชว์ และตอนขึ้นรถ คณะบดีก็ได้ขึ้นมาทักทายกับพวกเราด้วย


โรงแรม Fuji Noboukaen Hotel 4.5 ดาว
ไฮไลท์หนึ่งของการที่ญี่ปุ่นคราวนี้ถือ การอาบน้ำแร่แบบ ONSEN ซึ่งมีอยู่ที่โรงแรมนี่ บรื๊ออออ นึกแล้วสยอง ทางไกด์พี่เจนบอกกับเราว่า พรุ่งนี้ถ้าอยากเห็นภูเขาไฟฟูจิแบบเต็มๆก็ต้องช่วยกันทำพิธีโดยการรวมใจกับอาบน้ำแร่แบบ ออนเซน (กำ พิธีอะไรเนี้ย) เรามาถึงที่นี่ ราวๆ 1 ทุ่มครึ่ง แต่เราได้คิวรับประทานอาหารเวลา 2 ทุ่ม 50 นาที เราเลยจำเป็นต้องไปอาบน้ำก่อน (คิดในใจ ฝันร้ายมาถึงเร็วขนาดนี้แล้วเรอะเนี้ย) เราขึ้นไปบนห้องเพื่อเก็บกระเป๋าและเตรียมใส่ชุดยูกาตะ ขึ้นไปอาบน้ำแร่ แต่ผมยังติดสินใจไม่ได้ว่าจะลงดีรึป่าว ผมเลยไปตรวจสอบสถานที่ดูก่อนโดยมีเพื่อนที่พร้อมอาบอีก 2 คน ไป พอไปถึงห้อง ก็มีเจ้าหน้าที่คอยอยู่แล้วครับ ผมเลยไม่สามารถเข้าไปต่อข้างในได้ เลยต้องออก แต่มันทำให้ผมอยากแช่ขึ้นมาบ้างเลย รีบกลับไปเปลี่ยนชุดยูกาตะแล้วก็ขึ้นมาเลยคิดว่า ไหนๆก็มาแล้ว พอตั้งใจจะเปิดประตูแอบดูบ่อซะหน่อยว่าเป็นอย่างที่คิดรึป่าว ก็ผิดหวังอ่ะ ไอ้เราฝันเห็นภาพไปนู้นน เหมือนในการ์ตูน ที่เป็นสถานที่กว้างๆ เหมือนเป็นป่าจัดสวยงาม แต่ที่นี่ก็เหมือนห้องอาบน้ำรวมสาธารณะทั่วไป ห้องกว้างไม่มาก และเป็นอ่างใหญ่ๆเท่านั้นเอง
ผมเลยออกมาเลยครับ ไม่แช่มันแล้ว กลับไปอาบน้ำธรรมดาที่ห้องดีกว่า เหอ เหอ เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดูครับ

ห้องที่เราพักที่โรงแรมนี้ เป็นแบบสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้เลยครับ ปูฟูกนอนพื้น มีประตูเลื่อนเปิด-ปิด และแน่นอนหนังคนจน ยังคงมีอยู่และต้องใช้การ์ดในการรับชมและมันมีหลายช่องมากครับ หลังจากนั้นก็ได้เวลาอาหารเย็นของเราเสียทีครับ กับขาปูยักษ์ ที่นี่บรรยากาศ อาหาร สุดยอดมากเลยครับ หลังจากเราอิ่มกันถ้วนหน้าแล้ว ตรงชั้นเดียวกับห้องแช่น้ำแร่ ก็มีแป่ลงเอนเตอร์เทนเล็กๆ ห้องคาระโอเกะซึ่งมีเพลงไทยด้วย และพวกเกมตู้เก้าอี้นวดหลัง นวดเท้า สบายสุดๆ และยังมีร้านขายของที่ระลึกราคาย่อมเยาอีกด้วยครับ เรายังพบว่า ที่นี่คนไทยเยอะมากๆเลยครับ ทัวร์ของไทยเรามาลงที่นี่ 2-3 ทัวร์เลย

เนื้อเรื่องเสริม

อ.เก่ง: คืนนี้ใครซื้อการ์ดอย่าลืมเรียก อ.ไปที่ห้องนะครับ หรือจะหุ้นกันก็ได้ *-*

รุ่นพี่: อ่าว อาจารย์ตามหลักแล้วอาจารย์ต้องเป็นคนซื้อให้เด็กดูไม่ใช่เหรอครับ (ฮา)

บุฟเฟ่ต์ ขาปูยักษ์

ชั้น 3 แหล่งรวบรวมความบันเทิงของโรงแรมนี้


** การอาบน้ำแร่แบบ ONSEN จะเป็นแบบบ่อรวม ซึ่งมากมายหลากหลายสถานที่ หลายบรรยากาศ หาแช่ได้ทั่วไป เมื่อเข้าไปห้องจะเหมือนจะเป็นสเต็ปๆไป วางรองเท้า เปิดประตูเข้าไปอีกห้องจะเป็นตู้สำหรับเก็บ
สำภาระของเรา แล้วก็ถอดผ้าตรงนั้นเลยครับ บางที่จะอนุญาตให้เราเอาผ้าเช็ดตัวผืนเล็กๆเข้าไปได้ แต่บางที่จะไม่ให้เลยครับ ต้องหน้าด้านตลอด จะมีเจ้าหน้าที่มาเปิดดูอยู่ตลอดเวลาเลยด้วย จากนั้นจึงเดินประตูเข้า
บ่อน้ำแร่ หรือ ห้องแช่ เข้าไป ภายในห้องจะมีที่สำหรับอาบน้ำสระผม ชำระร่างกายให้สะอาดก่อนจะลงบ่อก่อนด้วยครับ อุณหภูมิในน้ำจะอยู่ที่ราวๆ 35-39 องศา ครับ จะมากน้อยขึ้นอยู่กับฤดูกาลด้วย

วันที่ 5 23 กันยายน 2550 *หุบเขาโอวาคุดานิ*,ล่องทะเลสาบ อาชิ, ภูเขาไฟฟูจิ ชั้น 5
ตื่นเช้า เราใช้เวลารับประทานอาหาร และเดินชมวิวข้างล่าง กับสภาพอากาศที่ดีทีเดียวครับ

แต่พอเราเช็ค เอาท์ กันครบ ออกจากโรงแรมที่พัก ไกด์พี่เจนก็บอกเราว่า วันนี้จะมีฝน (เวนนน เอ้ยยย) แต่สถานที่ที่เราจะไปกันก่อนคือ หุบเขาโอวาคุดานิ เมื่อเรามาถึงที่นี่ ฝนก็เริ่มตกแล้วครับ เราจึงต้องนำเสื้อกันฝนที่ได้มาสวมซะก่อน อากาศค่อนข้างเย็นเอามากๆ อยู๋ที่ราว 19 องศา ครับ มีหมอกอยู่ตลอด สิ่งที่เราเจออีกอย่างนึงหลังจากลงรถคือกลิ่นครับ กลิ่นก๊าซกำมะถันนั่นเอง เราขึ้นไปบนภูเขาเดินไปตามทาง ข้างบนนี้หมอกเต็มไปหมดเลย ชวนให้คิดถึงเกม SILENT HILL สุดๆเลยครับ และก็พบกับบ่อน้ำแร่กำมะถัน ที่ใช้ต้มไข่ให้สุกได้ต้มจนดำเลยมาที่นี่พูดแต่เรื่องไข่ๆ ทุกคนก็มันส์สิครับ

อาจารย์เก่ง: ผมว่าไอต้มไข่เนี้ย ก่อนที่มันจะดำเนี้ย มันน่าจะแดงสุกก่อนซะมากกว่านะ (อย่างฮาครับ อ.เก่ง)

พี่หยก: ว่ากันว่าน้ำสีขาวนี่คือ น้ำธรรมชาติที่ไหลออกมาจากตัวมนุษย์(กำ*-*)

หลังจากชมบรรยากาศ ถ่ายรูป ได้ทานไข่ดำกันละ(ผมไม่ได้ทาน) ก็เดินกลับลงไปครับ จะมีร้านขายของที่ระลึกอยู่มากมายเลยครับ ส่วนราคาดูเหมือนว่ามันจะแพงทุกที่ที่เราไปเลยครับตั้งแต่นี้ไป สถานที่ต่อไปที่เราจะไปคือ ทะเลสาบอาชิครับ เราจะได้ล่องเรือกันแล้ว

ทะเลสาบสวยงามมาก

เรือที่เราจะใช้ล่องไปครับ ใหญ่โต และสวยงามทีเดียว

ตลอดการล่องเรือ คนบนเรือเยอะมาก ทำให้เราไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ แต่ก็สบายจริงๆครับ ลมแรง น้ำในทะเลสาบก็ใสเอามากๆ เมื่อมาถึงอีกฝั่งก็ได้เวลากินข้าวละคราวนี้เป็นญี่ปุ่นขนานแท้ครับ เจอปัญหาใหญ่เลยก็กินได้บ้าง ด้านข้างร้านมีร้านขายของอีกแล้ว มีตุ๊กตาน่ารั้กๆเพียบ ทั้งของดิสนี่ย์ กับ มาริโอ้ ผมลำบากใจ เพราะผมไม่มีตังค์เหลือที่จะซื้อของฝากอีกแล้ว ก่อนจะตัดสินใจได้ ขอยืมตังค์เพื่อนและก็ได้ 3 ตัวครับ กระต่าย 2 ตัว TOAD หัวเห็ดจากมาริโอ้อีกตัวนึง(ติดตัวแดงแล้วช้าน) หยั่งงี้ก็สบายใจขึ้นมาบ้าง ถึงแม้มันจะไม่สามารถซื้อให้ครบทุกคนได้ก็เต๊อะ

ต่อจากที่นี่ เราก็จะไปฟูจิกันเสียทีครับ ตามที่ไกด์บอกกับเราตลอดทางฝนจึงตกนิดๆตลอด แต่รถไม่ค่อยติดเท่าไหร่นัก ยังโชคดีอยู่ แต่ตลอดทางเจอแต่ฝนกับหมอกอากาศค่อนข้างเย็นมาก จนผมว่ามันไม่น่าจะสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิในสภาพแบบนี้ได้เลย สักพัก ไกด์ก็บอกเราว่า ตอนนี้เราอยู่ที่ชั้น 3 ของภูเขาไฟฟูจิแล้วครับ ทางไกด์บอกกับเราว่า ถ้าปกติตอนนี้เราจะสามารถเห็นภูเขาฟูจิตั้งแต่ชั้นนี้ตลอดทุกมุมเลยครับ แต่ตอนนี้หมอกเต็มเราไม่เห็นอะไรเลย พอมาถึงชั้น 4 เราเริ่มเห็นลางๆครับ และแวบเดียวครับ แว๊บเดียวเท่านั้น หมอกมันขาดช่วงไปครับ เห็นเต็มๆตาเลยครับ ฟูจิ แต่ช่วงนี้มันยังไม่มีหิมะครับ มันละลายหมดแล้ว ผมพยายามหยับกล้องขึ้นมาถ่าย แต่เวนน หมอกคลุมอีกแล้ว แล้วก็ไม่เห็นอีกแล้วครับ เราขึ้นมาถึง ชั้นที่ 5 ซึ่งก็เหมือนสถานที่ทั่วๆไป ที่มีร้านขายของที่ระลึก และเดินเข้าไปข้างในจะพบกับอุโบสถเล็กๆ ที่ไว้สำหรับขอพร และเราจะเห็นป้ายขอพรที่ชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวเขียนแล้วแขวนเอาไว้ด้วยครับ

จากมุมนึงของที่นี่ด้านหลังตามปกติก็จะสามารถมองเห็นฟูจิอย่างชัดเจน แต่หมอกก็ยังคงคลุมหนาเหมือนเดิมครับ จนกระทั่งสักพัก มันก็เปิดตัวให้เราเห็นครับ แต่ลางมากๆๆ ชัดสุดๆของตอนนี้ก็เห็นแค่ดังภาพครับ แต่ตอนอยู่บนรถเต็มๆตาเลยครับ

*ภูเขาไฟฟูจิ* เราจะสามารถนำรถขึ้นไปรับชมบรรยากาศข้างบนได้เพียงแค่ชั้น 5 เท่านั้น การขึ้นไปบนฟูจิ จะไม่มีถนน เพราะสภาพดินจะค่อนข้างร่วนซุย ไม่สามารถทำถนนได้ครับ ชาวญี่ปุ่นนิยมที่จะมาปีนภูเขาไฟฟูจิกันและปักธงเพื่อประกาศให้รู้ว่า เขาสามารถพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นได้แล้ว และจะรับแสงอาทิตย์ในเช้าวันใหม่ เพื่อรับกำลังใหม่ๆจากพระอาทิตย์ตามที่เรารู้กันว่า ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าพวกเขาเป็นลูกหลานพระอาทิตย์ครับ*ฟูจิ ไอส์แลนด์* เป็นสวนสนุกที่ตั้งอยู่ก่อนทางขึ้นภูเขาไฟฟูจิครับ มีรางรถไฟเหาะตีลังกา ที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่นด้วย ยาวมากๆครับ

*หุบเขาโอวาคุดานิ*เป็นหุบเขาที่ยังครุกรุ่นไปด้วยควันจากบ่อกำมะถันเดือดอยู่ตลอดเวลา และสามารถต้มไข่ให้สุกได้ แต่ก่อนเคยให้นักท่องเที่ยวเป็นผู้ต้มไข่และทานเองได้ แต่ตอนนี้เค้าจะไม่ให้ต้มเองแล้วครับ เพราะนักท่องเที่ยวมันเยอะขึ้นเรื่อยๆ เค้าเลยจัดการเองหมดเลยครับ เราได้ยืนดู และใครที่จะทาน